เมืองไทย 25 น.นายมหาเศรษฐี
วิธีทำให้หมูเนื้อแดงมี 2 ราคาของกระทรวงพาณิชย์เที่ยวนี้นับเป็นกลยุทธ์อย่างหนึ่งหวังกดดันให้ตลาดที่ขายในราคาแพงกว่าต้องลดราคาลงมาเท่ากัน
หมูเนื้อแดงที่กระทรวงพาณิชย์สนับสนุนตั้งราคาขายไว้ที่กิโลกรัมละ 98 บาท แต่ก็มีวางขายเฉพาะเพียงบางจุด ไม่ใช่ทั้งประเทศ
ขณะหมูเนื้อแดงที่ตลาดสดทั่วไปซึ่งไม่อยู่ในเครือข่ายของกระทรวงพาณิชย์ขายกันในราคากิโลกรัมละ 120 บาท
ต่างกันกิโลกรัมละ 22 บาท
มีเสียงโวยวายว่าวิธีการนี้แม้จะมุ่งช่วยเหลือผู้บริโภคแต่ก็เท่ากับเป็นการฆ่าเกษตรกรผู้เลี้ยงพร้อมๆ กันไปด้วย เพราะต้นทุนราคาอาหารสัตว์ในปัจจุบันยังไงหมูเนื้อแดงก็ต้องขายที่ราคา 120 บาท ไม่ใช่ 98 บาท
ในเมื่อต้นทุนที่ต้นทางมันสูง ราคาขายปลายทางก็ต้องแพงตาม หากจะแก้ปัญหาให้ถูกทาง กระทรวงพาณิชย์ควรพิจารณาทั้งระบบ ไม่ใช่ตัดตอนมองแค่ปลายทางอย่างเดียว
ตามหลักทฤษฎีมันก็ควรเป็นเช่นนั้นแต่ถ้าว่าตามหลักบริหารมันก็อาจเป็นอีกแบบ
ต้นทุนแท้จริง ณ ต้นทางระหว่างการเลี้ยงจนโตพอส่งเข้าโรงฆ่าได้ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องถกกันว่าคือเท่าไรกันแน่ แพงจริงอย่างที่ผู้เลี้ยงโวยวายหรือเปล่า
เพราะถ้าไล่ตามวงจร กว่าจะเป็นหมูเนื้อแดงวางขายในตลาดมันต้องผ่านกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องเยอะไปหมด ไล่ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ผู้เลี้ยง โรงเชือด เขียงไปจนถึงผู้บริโภค ทุกส่วนล้วนสัมพันธ์กันเป็นลูกโซ่
การบีบราคาขายที่ปลายทางอย่างเดียวหวังเอาใจผู้บริโภคขณะที่ไม่ยอมเข้าไปช่วยลดต้นทุนให้กับพวกต้นน้ำ มันก็เลยเป็นเรื่องอย่างที่เห็นกัน
การค้าเสรีที่ปล่อยให้อุปสงค์-อุปทานเป็นตัวกำหนดราคาเองนั้นมันยากที่จะหาจุดสมดุลได้ เพราะต่างฝ่ายต่างก็พยายามจะให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด
แต่การเป็นตัวกลางของกระทรวงพาณิชย์ที่จะกำหนดราคาก็ควรต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมด้วย เพื่อให้ทุกฝ่ายในวงจรสามารถอยู่ร่วมกันได้
และถ้าจะว่าไปเนื้อหมูก็เป็นเพียงอาหารโปรตีนชนิดหนึ่งจากสารพัดประเภทที่มีอยู่ในตลาด ผู้บริโภคสามารถหาสินค้าชนิดอื่นมาทดแทนได้เช่น ไก่ เป็ด กุ้ง หอย ปู ปลาฯลฯ
เมื่อสินค้าชนิดไหนมีราคาแพงชาวบ้านก็เปลี่ยนไปบริโภคอาหารอื่นแทนได้ และท้ายสุดก็จะเป็นแรงกดดันทำให้สินค้าชนิดดังกล่าวต้องลดราคาลงมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมเองแหละ
การช่วยเหลือคนกลุ่มหนึ่งไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำลายคนกลุ่มอื่นด้วยมิใช่หรือ
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
