คลังเตรียมระดมทุนชุดใหญ่ ไตรมาส 3 ออกพันธบัตร 9.25 หมื่นล้านบาท เร่งเข็นพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษอายุ 2 ปี วงเงิน 1.2 หมื่นล้านออกมาเป็นทางเลือกในการออม คาดอัตราดอกเบี้ย 3.4% เปิดให้วัยเกษียณจองก่อนวันที่ 2-11 เมษายนนี้นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังการหารือกับผู้ร่วมตลาดตราสารหนี้ ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแผนการออกพันธบัตรรัฐบาลในไตรมาส 3 วงเงิน 9.25 หมื่นล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีการเร่งออกพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่นอายุ 2 ปี วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อเพิ่มทางเลือกในการออมให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้เกษียณอายุราชการจะได้รับสิทธิจองซื้อก่อนในช่วง 3 วันแรก ซึ่งจะขายวันที่ 2-11 เมษายนนี้ วงเงินขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ไม่จำกัดวงเงินขั้นสูง ให้อัตราดอกเบี้ยประมาณ 3.4%
นอกจากนี้ ยังมีพันธบัตรรุ่นอายุ 30 ปี ที่ออกระยะยาวที่สุดครั้งแรกวงเงิน 5 พันล้านบาท เพื่อทดสอบตลาดและเตรียมความพร้อมในการระดมทุนใช้ในโครงการเมกะโปรเจกท์ ในช่วงเดือนเมษายน-มิถุนายนนี้ ซึ่งยังไม่รวมการออกพันธบัตรในโครงการพัฒนาระบบรางในอนาคตอีก 7 แสนล้านบาท ที่จะออกพันธบัตรเพิ่มอีกประมาณปีละ 2-3 หมื่นล้าน หรือสูงสุดไม่เกิน 5 หมื่นล้าน ในช่วง 3-5 ปีนี้
ไตรมาส 3 จะมีการออกพันธบัตรมากกว่าปกติและเร็วขึ้น อยู่ที่สัปดาห์ละ 1-1.5 หมื่นล้านบาท จึงขอให้ธนาคารกรุงไทยปิดวงเงินโอดีเป็นการหนุนหลังไว้ 1 หมื่นล้านบาท กรณีขายพันธบัตรไม่หมด แต่ยังเชื่อมั่นว่า ตลาดมีความต้องการลงทุนอยู่มาก ส่วนไตรมาส 4 เหลือวงเงินออกพันธบัตรอีก 3.9 หมื่นล้านบาท ยังไม่รวมการขาดดุลเพิ่มเติมในปีนี้ นายพงษ์ภาณุ กล่าว
ด้าน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย กล่าวในการเสวนา เรื่อง ทิศทางเศรษฐกิจไทยปี 51 ว่า การค้าโลกของปีนี้เลวร้ายกว่าปีก่อนหน้า จากปัญหาซับไพรม์ที่ยังไม่สิ้นสุดลง ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐและเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง อย่างไรก็ตาม ภาคการค้าของไทยก็ปรับตัวได้ค่อนข้างดีกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก โดยมีส่วนแบ่งตลาดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้น
ส่วนการปรับแข็งขึ้นของค่าเงินบาทนั้น ดร.ณรงค์ชัย กล่าวว่า หลังจากที่ ธปท.ยกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% แล้ว ค่าเงินบาทก็คงจะแข็งค่าขึ้นตามดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม การที่ผู้ส่งออกป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น และการที่ไทยจะลงทุนเพิ่มมากขึ้นน่าจะช่วยทำให้การเก็งกำไรค่าเงินบาทลดลง ทำให้ค่าเงินบาทไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่ในระยะต่อไป
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
