กระทรวงการคลังศึกษาปรับเงินเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยร่วม ก.พ. เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนค่าครองชีพสูงในปัจจุบัน กรมบัญชีกลางเสนอปรับตั้งแต่ซี 7 ลงล่าง ระบุเพื่อลดภาระงบประมาณ พบมีเกือบ 4 แสนคนเข้าข่ายนายปิยพันธุ์ นิมมานเหมินทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องการลดภาระค่าครองชีพของผู้มีรายได้น้อย ว่า ในส่วนของข้าราชการและลูกจ้างประจำนั้น อยู่ระหว่างพิจารณาข้อมูลของทางสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ซึ่งได้ประสานข้อมูลมายังกรมบัญชีกลางบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป หรือมีความชัดเจนแต่อย่างใด เพราะเป็นเรื่องนโยบายและขึ้นอยู่กับการตัดสินของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำนั้น หากเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย อาจพิจารณาตั้งแต่ข้าราชการระดับซี 7 ลงมา มากว่าจะเป็นการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการทุกระดับชั้น เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาเพิ่งมีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการและลูกจ้างประจำในอัตรา 4% ซึ่งใช้เงินไปกว่า 2 หมื่นล้านบาท
การกำหนดกลุ่มข้าราชการที่ให้การช่วยเหลือเป็นพิเศษ น่าจะเป็นการช่วยหลือได้ตรงจุด และช่วยลดภาระเงินงบประมาณที่จะนำมาใช้จ่ายได้ระดับหนึ่ง อีกทั้งเดือนเมษายนนี้ จะมีการปรับวุฒิตามปกติอยู่แล้วใช้เงิน 5 พันล้านบาท และในเดือนตุลาคม จะมีการจัดข้าราชการลงประจำตำแหน่งใหม่ ซึ่งบางคนจะได้สวัสดิการ หรือเงินเพิ่มเติม ก็จะใช้งบอีกว่าพันล้านบาท นายปิยพันธุ์ กล่าว
ทั้งนี้ หากมีการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการเป็นกรณีพิเศษจริง ก็สามารถดำเนินการได้ แม้จะไม่มีการตั้งงบประมาณรองรับไว้ โดยสามารถนำเงินคงคลังที่ขณะนี้เหลือประมาณ 7.7 หมื่นล้านบาท ออกมาใช้ได้ก่อน จากนั้นจึงตั้งงบประมาณชำระคืนในปีถัดไป โดยหากรายจ่ายส่วนนี้อยู่ในงบกลางปีที่ตั้งเพิ่มเติมในปี 51 ก็ต้องผ่านสภาก่อน
จากข้อมูลปัจจุบันมีข้าราชการจำนวนทั้งสิ้น 1.7 ล้านคน มีการจ่ายเงินเดือนรวม 3.2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน และมีลูกจ้างประจำ 2.2 แสนคน มีการจ่ายเงินเดือน 2,596 ล้านบาท ในส่วนนี้มีข้าราชการต่ำกว่าซี 7 ลงมา ทั้งในส่วนของพลเรือนและครูมีจำนวน 3.9 แสนคน หรือคิดเป็น 20% ของข้าราชการทั้งหมด และมีการจ่ายเงินเดือนรวม 7.7 พันล้านบาทต่อเดือน หรือจ่ายเงินเดือนรวมทั้งปีงบประมาณ 9.3 หมื่นล้านบาท
สำหรับปีงบประมาณ 2551 รัฐบาลได้จัดสรรวงเงินงบประมาณเพื่อใช้ในการจ่ายเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ไว้ทั้งสิ้น 75,545 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรก (1 ต.ค.2550-7 มี.ค.2551) มีการเบิกจ่ายไปแล้วรวม 36,791 ล้านบาท คิดเป็น 48.70% คาดว่าในระยะเวลาอีก 6 เดือนที่เหลือ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 8 หมื่นล้านบาท และยังมีเงินเลื่อนขั้นและเงินปรับวุฒิตามปกติที่จะมีขึ้นในช่วงเดือนเมษายนนี้ อีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดนี้ยังไม่ได้รวมถึงตัวเลขของการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการที่รัฐบาลกำลังศึกษาอยู่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
