ธปท.ภาคอีสานเผยราคาข้าวพุ่งสูง เหตุเข้าจำนำปี50/51 แค่2.4แสนตัน ต่ำกว่าเป้าตั้ง8ล้านตัน ระบุตัวเลขข้าวล่องหนในโกดังทั่วประเทศ ทำให้รัฐเสียหายกว่า3,200ล้านบาทน.ส.เบญจมาศ โคตรหนองบัว เศรษฐกรอาวุโส สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)
เปิดเผยถึงสถานการณ์ราคารับจำนำข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลผลิต 50/51 ว่า ราคาข้าวในปีนี้ดีกว่าที่คาดไว้และสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ทำให้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2550/51 ที่กำหนดไว้ 8 ล้านตันมีข้าวเข้าสู่โครงการเพียง 0.24 ล้านตัน
ซึ่งราคาที่สูงจากความต้องการที่เพิ่มขึ้นในขณะนี้ ทำให้เกษตรกรและพ่อค้าคนกลางหลายรายชะลอการขายข้าวเปลือกสู่ท้องตลาด ส่งผลให้โรงสีมีข้าวสีน้อยลง และชะลอการขายข้าวสารให้ผู้ส่งออก จึงส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออก ต้องชะลอการรับคำสั่งซื้อล่วงหน้านานๆ เนื่องจากไม่สามารถรับซื้อข้าวได้ทันตามความต้องการ
ส่วน
กรณีที่รัฐบาลได้ตรวจสอบข้าวในโกดังเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา
พบว่าข้าวหายไปจากโกดังทั่วประเทศจำนวน 200,000 ตัน หรือประมาณร้อยละ 10-15 คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 3,200 ล้านบาท จากสตอกข้าวของรัฐบาลที่มีอยู่ทั่วประเทศประมาณ 2.1 ล้านตัน โดยข้าวที่หายอยู่ในพื้นที่เดิมที่เคยมีปัญหาข้าวหายมาก่อนหน้านี้ เช่น จ.พิจิตร จ.นครสวรรค์ และ จ.เชียงราย เป็นต้น
โดยเห็นว่าโครงการรับจำนำข้าวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานั้น รัฐตั้งราคารับจำนำสูงกว่าราคาตลาดทำให้เกษตรกรนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำและไม่ยอมมาไถ่ถอน ทำให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกตร (ธ.ก.ส.) ไม่ได้รับเงินคืนจากโครงการรับจำนำข้าวเป็นจำนวนมากกว่า 40,000 ล้านบาท และขณะนี้รัฐบาลได้ชำระเงินคืน ธ.ก.ส.บางส่วนวงเงินประมาณ 23,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเฉลี่ยอยู่ที่เกวียนละ 12,009 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38.2 หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2550 เนื่องจากความต้องการข้าวในตลาดต่างประเทศมีสัดส่วนสูงขึ้น โดยเฉพาะจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และสหรัฐอเมริกา ขณะที่ผลผลิตข้าวเปลือกหอมมะลิปีนี้ลดลง เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกข้าวเหนียวกันมากขึ้น สำหรับปริมาณข้าวสารที่อยู่ในสตอกรัฐบาลคาดว่าจะอยู่ที่ 2.1 ล้านตัน ลดลงจากปี 50 ที่มีสตอกข้าวอยู่ประมาณ 4.4 ล้านตัน ส่วนการส่งออกข้าวในปี 2551 คาดว่าจะอยู่ที่ 9.5 ล้านตัน จากเดิมที่อยู่ที่ประมาณ 8.5 ล้านตัน
อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีในฤดูกาลผลิตนี้ น้อยลงกว่าปีก่อน เพราะราคารับจำนำข้าวเปลือกต่ำกว่าราคาท้องตลาด เช่น ข้าวหอมมะลิราคารับจำนำเกวียนละ 9,300 บาท ราคาท้องตลาดอยู่ที่เกวียนละ 10,371 บาท ข้าวเจ้าราคารับจำนำเกวียนละ 6,700 บาท ราคาท้องตลาดอยู่ที่เกวียนละ 7,156 บาท และข้าวเหนียวราคารับจำนำเกวียนละ 8,100 บาท และราคาท้องตลาดเกวียนละ 8,380 บาท คาดว่าฤดูกาลผลิตนี้ข้าวที่เข้าโครงการรับจำนำมีปริมาณ 240,000 ตัน หรือประมาณร้อยละ 1 จากปริมาณข้าวเปลือกนาปีทั้งหมด ขณะที่เป้าหมายการรับจำนำประมาณ 8 ล้านตัน หรือประมาณร้อยละ 34 ของปริมาณข้าวนาปีทั้งหมด