น้ำตาลทรายหน้าโรงงานขึ้นราคา 5 บาท/กก.มีผลแล้ว ประกาศในราชกิจจานุเบกษาบังคับใช้วันนี้ "สุวิทย์" ย้ำเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อแก้ปัญหาเรื่องหนี้สินและต้นทุนการผลิตอ้อยน้ำตาลแพง
นาย
สุวิทย์ คุณกิตติ
รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงอุตสาหกรรม
กล่าวว่า การปรับเพิ่มราคา
น้ำตาลทราย
หน้าโรงงาน 5 บาทต่อกิโลกรัม ในวันนี้ ได้มีการลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาและมีผลบังคับใช้แล้ว และยืนยันว่า ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ล่วงหน้าที่จะใช้ข้อมูลเป็นประโยชน์ในการเก็งกำไรได้ ประกอบกับได้มีการดำเนินการในช่วงเวลาสั้น พร้อมทั้งตรวจสอบสตอก
น้ำตาลทราย
เมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน มีการใช้มาตรการป้องกันกักตุนการเก็งกำไรด้วย นอกจากนี้ น้ำตาลทรายที่ตกลงทำสัญญาซื้อขายไปแล้ว ต้องจ่ายเงินในราคาใหม่เช่นกัน แม้ยังไม่ขนส่งออกจากโรงงาน ส่วนที่อาจมีการเก็งกำไรบ้าง น่าจะเป็นน้ำตาลทรายที่กระจายไปตามร้านค้าต่าง ๆ
นายสุวิทย์ กล่าวว่า มาตรการปรับขึ้น
ราคาอ้อย
ให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยอีก 169 บาทต่อตัน เป็นมาตรการที่
ชาวไร่อ้อย
ได้ประโยชน์ทั้งหมด เพราะเงินที่ได้จากการปรับราคา
น้ำตาลทราย
ปกติต้องแบ่งให้แก่โรงงานตามสัดส่วน 70/30 แต่เงินดังกล่าว เกษตรกรประสบภาวะขาดทุนอยู่แล้ว หากโรงงานน้ำตาลทรายไม่ช่วยเหลือเกษตรกรชาวไร่อ้อย จะทำให้ชาวไร่อ้อยเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ราคาดีกว่า ก็อาจจะทำให้โรงงานมีปัญหาเรื่องวัตถุดิบป้อนโรงงาน จึงให้โรงงานเข้าใจถึงการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะราคา
น้ำตาลทราย
ไม่ได้ปรับขึ้นมา 3 ปีแล้ว และการปรับขึ้นราคา
น้ำตาลทราย
เป็นมาตรการชั่วคราว เพราะมติคณะรัฐมนตรีระบุว่า หากต้นทุนการผลิตของชาวไร่อ้อยลดลง ให้ทบทวนราคาน้ำตาลทรายด้วย เนื่องจากปกติราคาน้ำตาลทรายจะต้องทบทวนทุกปี โดยจะพิจารณาจากภาพรวมของราคาตลาดโลก และราคาในประเทศ ดังนั้น จึงได้มีการกำหนดให้มาตรการพัฒนาอ้อยเป็นวาระแห่งชาติ โดยปรับโครงสร้างการผลิตและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และนำเรื่องของพลังงานทดแทนเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยมาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น มีกองทุนให้กู้ในเรื่องของน้ำ 1,000 ล้านบาท การบริหารจัดการในการปลูกอ้อยของเกษตรกร มุ่งเน้นลดการใช้ปุ๋ยสูตรผสมให้ใช้แม่ปุ๋ยแทน ซึ่งจะลดต้นทุนได้ร้อยละ 20-30 รวมทั้งใช้วัตถุอินทรีย์เข้ามาช่วย ซึ่งเมื่อเกษตรกรลดต้นทุนได้ ราคาอ้อยจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป