นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายในกรมการค้าภายในกำชับสินค้าประเภทอื่นห้ามขยับราคา หลังอนุญาตน้ำตาลทรายขยับราคา เพราะกระทบต้นทุนไม่ถึงร้อยละ 10 และเตรียมนำข้าวถุงธงฟ้ามหาชนลอตแรก 200,000-300,000 ถุง กระจายให้ชาวบ้านในราคาถูก อีกทั้งจับกุมผู้ค้าส่งกักตุนน้ำตาลทราย
นายยรรยง พวงราช
อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ในช่วง 29-30 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) จะเห็นชอบปรับราคาปลีกน้ำตาลทรายเพิ่มขึ้น 5.35 บาท/กิโลกรัม จึงได้ส่งทีมออกตรวจสอบผู้ค้าส่งในพื้นที่ต่างๆ ปรากฏว่า ได้มีผู้ประกอบการปฏิเสธขายส่ง ทั้งที่มีน้ำตาลอยู่ในสตอก จึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย 3 ราย คือ 1. ร้านกังวาลพร ตั้งอยู่บริเวณตลาดท่าเตียน 2 หจก.เอี๊ยเซ่งกง ตั้งอยู่บริเวณเขตป้อมปราบ และ บจ.สมสหทวีวัฒนา จึงส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี ความผิดดังกล่าวมีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ
สำหรับการพิจารณาผลกระทบต่อต้นทุนของธุรกิจต่อเนื่อง หลังจากราคาน้ำตาลทรายปรับเพิ่มอีก 5.35 บาท เช่น นมข้นหวาน ผลไม้กระป๋อง น้ำอัดลม พบว่ากระทบต่อต้นทุนไม่เกินร้อยละ 7-10 เห็นว่ากระทบเพียงเล็กน้อย จึงไม่ควรขอปรับราคาสินค้า หากประชาชนพบเห็นกลุ่มสินค้าเหล่านี้ปรับราคา ให้ร้องเรียนสายด่วน 1569
นอกจากนี้ หากประชาชนต้องการซื้อสินค้าราคาถูก ให้มาได้ที่
งานธงฟ้าราคาประหยัด
ที่กรมส่งเสริมการส่งออก ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งมีสินค้าประเภทต่าง ๆ ทั้งข้าวสาร น้ำตาลทราย น้ำมันพืช จัดงานถึงวันที่ 4 พ.ค.นี้ และเพื่อดึงดูดให้คนมาร่วมงานและช่วยลดภาระค่าครองชีพ จึงได้จัดลดราคาพิเศษในช่วงนาทีทอง ด้วยการลดราคาจากปกติ โดยผู้ประกอบการข้าวสารตงฮั้ว ลดจากปกติ ข้าวหอมมะลิ 5 กก. ราคา 175 บาท โดยในช่วงนาทีทอง 11.00-12.00 น. จำหน่ายในราคา 170 บาท น้ำมันพืชมรกต จากราคา 45 บาท ลดเหลือ 42 บาท/กก. น้ำตาลทราย ราคา 17 บาท/กก. ส่วนเวลาปกติขายในราคา 22-23 บาท/กก. สำหรับหมูพาณิชย์ จำหน่าย 98 บาท/กก. ลดเหลือ 95 บาท/กก. ตลอดทั้งวัน และห้างแม็คโคร ยินดีขายในราคา 95 บาท/กก. ไปจนถึงเดือน พ.ค.
สำหรับภาพรวมราคาหมูหน้าฟาร์ม ลดลงจากช่วง 2 เดือนก่อน จากราคาหน้าฟาร์ม 58-60 บาท/กก. ขณะนี้ลดเหลือ 56-57 บาท/กก. ทำให้ราคาสุกรหน้าเขียงจากช่วง 2 เดือนก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ราคา 115-120 บาท/กก. ได้ลดลงเหลือ 105-115 บาท/กก. และคาดว่าราคาสุกรหน้าเขียงอีกไม่นานจะลดลงด้วยเช่นกัน และเพื่อแก้ปัญหาให้เกษตรกร กลุ่มผู้เลี้ยง ได้รวมกลุ่มจัดทำระบบการเลี้ยงแบบครบวงจร ทั้งการชำแหละ การจัดจำหน่าย เพื่อตัดวงจรพ่อค้าคนกลาง ให้เกษตรจำหน่ายได้ในราคาที่เหมาะสม
นายยรรยง กล่าวเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์นี้จะตั้งคณะกรรมการบริหารจัดการข้าวถุงธงฟ้ามหาชนได้แล้วเสร็จ คณะกรรมการกำลังสำรวจความต้องการของแต่ละจังหวัดว่าต้องการบริโภคข้าวถุงมากน้อยเพียงใด แต่ในช่วงแรกคาดว่าจะผลิตนำออกมาจำหน่ายประมาณ 200,000-300,000 ถุง ระบายผ่านช่องทางหน่วยงานราชการในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อกระจายข้าวถุงไปถึงมือประชาชน ในช่วงแรกจะนำถุงพลาสติกของ อคส.บรรจุชั่วคราวไปก่อน เนื่องจากมีวัตถุดิบอยู่แล้ว จากนั้นจะผลิตถุงโดยใช้ตราข้าวสารธงฟ้ามหาชน และขณะนี้กำลังพิจารณาดูราคาขายให้ถูกกว่าท้องตลาดร้อยละ 20 เพื่อบริหารข้าวในสตอกของรัฐ 2.1 ล้านตัน แบ่งเป็นข้าวมะลิอย่างดี 300,000 ตัน ส่วนที่เหลือเป็นข้าวขาว ข้าวเหนียว และข้าวชนิดอื่น
ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่กำหนดตัวเลขชัดเจนว่า จะนำข้าวประเภทใดออกมาจำหน่าย และในวันที่ 12 พ.ค. ครบรอบวันสถาปนาของกรมการค้าภายใน จะเปิดตัวข้าวถุงธงฟ้าอย่างเป็นทางการและในแต่ละลอต เมื่อนำข้าวออกขายให้ประชาชน จากนั้นก็จะต้องเร่งรับซื้อข้าวจากเกษตรกรให้นำข้าวกลับเข้ามาในสตอกให้มีปริมาณ 2.1 ล้านตัน ตลอดเวลา