เกษตรฯมอบมกอช.เร่งขับเคลื่อนกม.มาตรฐานสินค้าเกษตรฉบับใหม่บังคับใช้ 20 ส.ค.นี้ กำหนดหลักเกณฑ์ปฏิบัติเข้มข้นขึ้น มีทั้งมาตรฐานบังคับ-มาตรฐานทั่วไป แต่ไม่กระทบเกษตรกรรายย่อยนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
เปิดเผยว่า เนื่องจาก พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 เป็นกฎหมายใหม่ของไทยที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2551 นี้ ซึ่งจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้ส่งออก ผู้นำเข้าและผู้บริโภค ทั้งยังเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประเทศผู้นำเข้าเกิดความเชื่อมั่นในมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารของไทยมากยิ่งขึ้น และช่วยปกป้องผลประโยชน์ในการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารในเวทีการค้าโลกด้วย กระทรวงเกษตรฯจึงได้มอบหมายให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ(มกอช.) เร่งเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ดังกล่าว
นาย สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล
ขณะเดียวกันยังจะรณรงค์ส่งเสริมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการและผู้ผลิตสินค้าพืช ปศุสัตว์ และสินค้าประมงเร่งพัฒนาระบบการผลิตและนำมาตรฐานที่กำหนดไปใช้ด้วย เพื่อยกระดับการผลิตสินค้าเกษตรไทยให้มีคุณภาพ และมีความปลอดภัยทัดเทียมหรือมากกว่ามาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยสร้างจุดแข็งและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้สินค้าเกษตรไทยในตลาดโลกท่ามกลางภาวะการแข่งขันทางการค้าที่ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
"พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตรฉบับนี้ มีทั้งหมด 80 มาตรา แบ่งเป็น 9 หมวด และบทเฉพาะกาล มีสาระสำคัญ คือ เรื่องกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตร ซึ่งมีรายละเอียดปลีกย่อยครอบคลุมกรรมวิธีการผลิต หรือกระบวนการจัดการผลิต การบรรจุหีบห่อ การตรวจสอบ การประเมิน รวมทั้งกำหนดว่า มาตรฐานใดควรเป็นมาตรฐานบังคับ หรือมาตรฐานทั่วไป(มาตรฐานสมัครใจ) นอกจากนั้นยังมีการกำหนดขนาดหรือลักษณะของกิจการของผู้ผลิต ที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอใบอนุญาตจาก มกอช." รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าว
แม้กฎหมายฉบับนี้ มีหลายประเด็นที่เพิ่มภาระให้ทั้งเกษตรกร และผู้ประกอบการ เช่น การกำหนดให้ต้องขอใบอนุญาตในการเป็นผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือผู้นำเข้า หรือการขอตรวจสอบรับรอง หรือการใช้เครื่องหมายรับรอง รวมทั้งอาจมีค่าใช้จ่ายในกิจการต่างๆ เพิ่มขึ้น หากพิจารณาภาพรวมแล้ว เกษตรกรรายย่อยจะได้รับการยกเว้นไม่ให้เกิดความเดือดร้อน ส่วนผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการรายใหญ่ อาจมีต้นทุนสูงขึ้น แต่เชื่อว่าคุ้มค่ากับการลงทุนแน่นอนในด้านการตลาด และกฎหมายยังจะเป็นกลไกที่ช่วยสนับสนุนให้การค้าของไทยก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
นายสรพล เถระพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวถึงการกำหนดมาตรฐานสินค้าเกษตรใน พ.ร.บ.ว่า สำหรับมาตรฐานบังคับมีข้อกำหนดให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกหรือผู้นำเข้า ต้องขอรับใบอนุญาตจาก มกอช.ก่อน ทั้งยังต้องขอรับการตรวจสอบรับรองความปลอดภัยจากผู้ประกอบการตรวจสอบมาตรฐาน และต้องแสดง เครื่องหมายรับรองมาตรฐานบังคับด้วย หากไม่ปฏิบัติตามจะต้องได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ มีทั้งโทษจำคุกหรือปรับสูงสุดไม่เกิน 5 แสนบาท
ส่วนมาตรฐานทั่วไปเป็นมาตรฐานที่มีประกาศกำหนด เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หากทำตามก็จะได้รับความเชื่อถือในเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร ทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ง่ายและมากขึ้น
"อนาคตอันใกล้นี้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการ ต้องให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยทางด้านอาหารมากยิ่งขึ้น ถ้าปฏิบัติตาม พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตรแล้ว จะเป็นการช่วยเหลือผู้ผลิตได้อีกทางหนึ่ง เพราะในกรณีที่มีความไม่ปลอดภัยทางอาหารเกิดขึ้นกับผู้บริโภคๆ สามารถฟ้องร้องเอาผิดเรียกค่าเสียหายได้ ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 61 ซึ่งกำหนดให้เพิ่มการปกป้องคุ้มครองผู้บริโภคชัดเจนและรัดกุมขึ้น" นายสรพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากสนใจรายละเอียดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตร พ.ศ.2551 สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ โทร 0-2561-2277 หรือ www.acfs.go.th
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
