เรืออากาศเอกประวิตร ชินวัตร รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายปฏิบัติการ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่องส่งผลให้ทุกสายการบินมีแนวโน้มว่าจะประสบปัญหาขาดแคลนนักบินในอนาคตรวมทั้งการบินไทยเรืออากาศเอกประวิตร กล่าวว่า ปัจจุบันการบินไทยมีนักบินประจำการจำนวน 1,300 คน และจะเกษียณอายุในเดือน ก.ย.นี้ จำนวน 24 คน ขณะที่มีเครื่องบินประมาณ 80 ลำ และจะมีการทยอยรับเครื่องบินที่สั่งซื้อไว้ก่อนหน้านี้อีกจำนวนมาก เนื่องจากในอนาคต
การบินไทย
มีแผนขยายเส้นทางบินโดยเฉพาะเส้นทางในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ดังนั้น ความต้องการนักบินจึงเพิ่มขึ้น แม้ปัจจุบันนักบินของการบินไทยยังไม่ขาดแคลนและมีการเปิดรับสมัครนักบินปีละ 2 รุ่น ๆ ละ 30-40 คน แต่เพื่อเป็นการเตรียมพร้อม การบินไทยจึงเตรียมเสนอคณะกรรมการฝ่ายปฎิบัติการของการบินไทยให้มีการขยายอายุเกษียณนักบินจากปัจจุบัน 60 ปี เป็น 65 ปี หรือว่าจ้างนักบินเก่าที่เกษียณอายุไปแล้วให้กลับมาปฎิบัติงานได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวสามารถทำได้โดยไม่ขัดกับกฎระเบียบ ข้อบังคับด้านการบินแต่อย่างใด
นายวุฒิชัย สิงหมณี รองอธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า
องค์กรการบินพลเรือน (ICAO)
ได้อนุญาตให้ทุกสายการบินสามารถขยายอายุการเกษียณของนักบินจาก 60 ปี เป็น 65 ปีตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากเห็นว่าอุตสาหกรรมการบินมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องและทุกสายการบินก็มีการขยายเส้นทางบินเพิ่มขึ้น ดังนั้น การที่การบินไทยมีแผนจะขยายอายุเกษียณให้กับนักบิน เป็นเรื่องที่ทำได้ โดยไม่ขัดกับระเบียบด้านการบินระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการบินไทยเป็นรัฐวิสาหกิจมีความคล่องตัวในการบริหารจัดการสูง จึงสามารถขยายอายุเกษียณของนักบินและว่าจ้างนักบินที่เกษียณอายุไปแล้วที่มีอายุไม่เกิน 65 ปีกลับมาทำงานได้
ปกติส่วนใหญ่หลังจากนักบินของการบินไทยหลังจากเกษียณอายุไปแล้วก็จะเข้าทำงานกับสายการบินอื่น ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เช่น นกแอร์ และแอร์เอเชีย ซึ่งสายการบินเหล่านี้มีความต้องการนักบินสูงโดยเฉพาะนักบินของการบินไทย
นายวุฒิชัย กล่าว