น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมานี้ เป็นเรื่องจิตวิทยามากกว่าปัจจัยพื้นฐาน ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลงเกิดจากข่าวลือเรื่องการปฏิวัติที่ลือไปยังต่างประเทศ และลือกลับมายังประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือ และประเมินว่าสถานการณ์ดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในระยะสั้นๆ เท่านั้น ส่วนกรณีที่นักลงทุนมองว่ารัฐบาลจะมีอายุไม่ถึง 1 ปีนั้น นายกรัฐมนตรีประกาศชัดเจนแล้วว่าจะไม่ยุบสภา จึงอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายร่วมมือกัน อย่าสนใจข่าวการเมืองมากนักนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง กล่าวปาฐกถาในงานอนาคตประเทศไทย จัดโดยสมาคมศิษย์เก่า คณะบริหารธุรกิจสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และบมจ.ปตท. ว่า อีก 1 เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะครบรอบ 11 ปี วิกฤตเศรษฐกิจไทยปี40 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เศรษฐกิจทั้งประเทศเป็นอัมพาต แต่เราผ่านพ้นเวลานั้นมาได้ เนื่องจากทุกคนตั้งใจร่วมมือกันอย่างมีเอกภาพ มากกว่าจะทำร้ายกัน แต่วันนี้ไทยต้องเผชิญวิบากกรรมครั้งใหม่ เป็นบ่วงที่เกิดจากความขัดแย้งทางการเมือง ตอนนี้คนไทยดูเหมือนไม่ใช่เจ้าของประเทศ เป็นแค่ผู้อยู่อาศัยเฝ้าดูประเทศไปวันๆ
วันนี้คนไทยไม่มีความสุข ไม่ต้องพูดถึงจีพีดี แต่คนพูดถึงจีดีเอฟ (Gross Domestic Fuffering) หรือความทุกข์มวลรวมของคนในประเทศ ซึ่งเกิดจากราคาน้ำมันแพง สินค้าและค่าขนส่งขึ้นราคา โดยธรรมชาติคนเมื่อมีทุกข์จะมองหาที่พึ่งที่สำคัญที่สุดคือรัฐบาล แต่เมื่อขาดหลักยึดก็จะช่วยตัวเอง ไม่มองภาพรวม ความสับสนจึงเกิดขึ้น ถึงตอนนี้จึงต้องเรียกศรัทธาให้ประชาชนพึ่งพิงให้ได้นายสมคิด กล่าว
นายสมคิด กล่าวว่า ประเทศไทยโชคดีที่ฐานเศรษฐกิจแข็งแรงเห็นได้จากปัญหาความไม่เชื่อมั่นเกิดมาเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แต่ 3 ปีมานี้ จีดีพีโต 5-6% มาตลอด การแก้ปัญหาในวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ต้องดูแลเสถียรภาพอย่าให้เศรษฐกิจผันผวนจากราคาน้ำมัน อย่าให้เกิดเงินเฟ้อจนคุมไม่ได้ โจทย์ตอนนี้จึงไม่ใช่เวลาทำของแพงให้เป็นของถูก แต่ต้องทำให้คนไทยอยู่ได้ในช่วงที่ของราคาแพงอย่างมีเหตุผล เอกชนจะขึ้นราคาสินค้าถือเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากส่วนไหนขึ้นแล้วสร้างความปั่นป่วนก็ต้องขอร้องกัน
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
