ตัวถ่วงเศรษฐกิจไทย-เสี่ยงโดนหั่นเครดิตประเทศนายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) แถลงว่า จากการวิเคราะห์เครดิตของประเทศไทยโดย สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ หรือเอสแอนด์พี เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา พบว่าเอสแอนด์พีได้ยืนยันระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศ ที่ระดับ BBB /A-2 และระดับเครดิตตราสารหนี้ระยะยาวและระยะสั้นสกุลเงินบาท ที่ระดับ A/A-1 โดยมีแนวโน้มของเครดิตในระดับที่มีเสถียรภาพ โดยเอสแอนด์พีระบุว่า สถานะการเป็นเจ้าหนี้ต่างประเทศสุทธิ การจัดการทางด้านการคลังอย่างระมัดระวัง และภาระหนี้สุทธิของรัฐบาลที่อยู่ในระดับต่ำเป็นปัจจัยสนับสนุนระดับเครดิตของประเทศไทย อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงทางการเมืองและภาคธนาคารที่ยังมีสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในระดับสูงเป็นจุดอ่อนที่สำคัญต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล
ส่วนสถานะด้านต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล เป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนระดับเครดิตของประเทศไทย โดย ณ สิ้นปี51 คาดว่าประเทศไทยจะมีสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิมากกว่าหนี้ต่างประเทศสุทธิประมาณ 45% ของรายรับจากดุลบัญชีเดินสะพัด การเจริญเติบโตของสินทรัพย์ต่างประเทศสะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นผลมาจากการส่งออกและเงินลงทุนไหลเข้าไทย
อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดทางการเมืองที่ยังคงมีอยู่ ส่งผลในทางลบต่อระดับเครดิตของประเทศไทย เนื่องจากยังคงมีความไม่ชัดเจนว่า การแบ่งแยกจะสามารถยุติได้ภายใต้แนวทางการเมือง การปรากฏขึ้นอีกครั้งของกลุ่มผู้คัดค้านมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรง แม้ว่าจะเป็นไปได้ยากที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก็ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ และหากการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในการลงทุนหยุดชะงัก การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้าจะชะลอตัวลงจากระดับ 5 ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้คุณภาพสินทรัพย์ภาคธนาคารเป็นจุดอ่อนอีกประการต่อพื้นฐานทางเครดิตของรัฐบาล โดยสินทรัพย์ที่มีปัญหาทั้งหมดในระบบธนาคารของไทย สูงกว่าระดับของระบบธนาคารที่มีความเข้มแข็งทั่วไป ซึ่งเอสแอนด์พีประเมินว่าสินทรัพย์ที่มีปัญหาดังกล่าวคิดเป็นประมาณ 20% ของสินเชื่อในประเทศ ทั้งนี้สินทรัพย์ที่มีปัญหานั้น ได้แก่ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) รวมถึงหนี้ที่ปรับโครงสร้างแล้ว และสินทรัพย์รอการขาย โดยสินทรัพย์เหล่านี้อาจเป็นปัญหาต่อระบบธนาคารในภาวะเศรษฐกิจขาลง
เอสแอนด์พีระบุว่าระดับเครดิตของประเทศไทยอาจจะลดลง หากการแบ่งแยกทางการเมืองนำไปสู่ความไม่สงบและความรุนแรง อันจะส่งผลกระทบในทางลบต่อตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจและการคลัง นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและอาจทำให้การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยชะงักงันได้ในอนาคต ในทางกลับกันระดับเครดิตของประเทศไทยอาจได้รับการปรับสูงขึ้น หากการแบ่งแยกทางการเมืองยุติลงและตัวชี้วัดที่สนับสนุนเครดิตของประเทศมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในการลงทุนและการดำเนินนโยบายการคลังที่มีวินัยอย่างต่อเนื่อง นายพงษ์ภาณุกล่าว
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
