บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่เรียกว่า บัตรสมาร์ทการ์ด เข้ามามีบทบาทในชีวิตของผู้คนสมัยใหม่มากยิ่งขึ้น เนื่องจากบัตรประเภทนี้มีพื้นที่ความจำสามารถเก็บข้อมูลได้มหาศาล อาทิ ข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลด้านการเงิน เมื่อใช้ประกอบกับโครงข่ายอิเล็กทรอนิกส์เชื่อมโยงข้อมูลบนบัตรกับการใช้งานในด้านต่างๆ เช่น กิจกรรมการใช้จ่ายในร้านค้ากับข้อมูลการเงินของผู้ใช้บัตร มันก็กลายเป็นสิ่งที่เราสามารถใช้แทนเงินสดในการซื้อสินค้าและบริการ ทำให้ผู้ใช้บัตรได้รับความสะดวกสบายในการใช้จ่ายมากขึ้นด้วยจุดเด่นดังกล่าว ธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการนำความสะดวกสบายมาเป็นจุดขายให้กับลูกค้าเป้าหมาย จึงนำบัตรสมาร์ทการ์ดมานำเสนอ เช่นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ทางสมาคมการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น หรือ เจทีเอ (The Japan Tourism Association) ได้ริเริ่มโครงการจะนำบัตรสมาร์ทการ์ดมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาเยือนญี่ปุ่น โดยทางสมาคมจะแจกบัตรให้นักท่องเที่ยวนำไปใช้แทนเงินสดซื้อสินค้าและบริการด้านการขนส่งสาธารณะ เช่น การขึ้นรถเมล์ และรถไฟ ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะเป็นการเริ่มดำเนินการในขั้นทดลองก่อน โดยจะทดลองใช้กับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้และไต้หวันจำนวน 10,000 คน ที่จะมาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงระหว่างวันที่ 19 กรกฎาคมถึง 30 กันยายนที่จะถึงนี้
หนังสือพิมพ์ โยมิอุริ ชิมบุน รายงานข่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มทดลองนี้จะได้รับบัตรสมาร์ทการ์ดก่อนเดินทางมาถึงญี่ปุ่น การ์ดแต่ละใบจะมีการเติมเงินไว้จำนวนหนึ่งแล้ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถนำไปจับจ่ายกับร้านค้าหรือระบบขนส่งมวลชนที่เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากการใช้แทนเงินสดแล้ว บัตรอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าวจะทำให้ทางสมาคมสามารถเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ไปเยือน รวมทั้งรายละเอียดตัวสินค้าหรือบริการที่นักท่องเที่ยวซื้อในระหว่างที่อยู่ในญี่ปุ่น บัตรสมาร์ทการ์ดดังกล่าวยังเก็บข้อมูลเกี่ยวกับเพศและวัยของนักท่องเที่ยวไว้ให้เจทีเอเก็บใส่ฐานข้อมูลอีกด้วย
ฉะนั้น นอกจากจะได้ประโยชน์ในแง่ความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยของนักท่องเที่ยว (ซึ่งไม่ต้องพกเงินสด และไม่ต้องกังวลกับการทอนเงิน หรือการรับเศษเหรียญมาเต็มกระเป๋าแล้ว) ทางเจทีเอเองยังได้ฐานข้อมูลนักท่องเที่ยวไปใช้ในการวางนโยบายและปรับแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายอีกต่างหาก
สำหรับนักท่องเที่ยวผู้โชคดีซึ่งจะได้รับบัตรสมารทการ์ดเติมเงิน (แล้ว) เอาไว้ใช้ฟรีๆ ในประเทศญี่ปุ่นภายใต้โครงการดังกล่าว ต้องเป็นชาวเกาหลีและไต้หวันที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์มาเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงเวลาดังกล่าวและยินยอมลงทะเบียนกรอกข้อมูลส่วนตัวไว้กับทางระบบก่อนการเดินทางมาถึงญี่ปุ่น งานนี้ทางเจทีเอได้รับสปอนเซอร์บัตรจากบริษัทเดินรถไฟ อีสต์ เจแปน เรลเวย์ จำนวน 1,000 ใบ เรียกว่าบัตรซุยก้า (Suica) และจากบริษัทเซเว่น แอนด์ ไอ โฮลดิ้งฯ (เจ้าของเชนร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในญี่ปุ่น) อีกจำนวน 9,000 ใบ เรียกว่าบัตรนานาโก (nanaco)
เพื่อโครงการนี้ จะมีการติดตั้งตู้อ่านบัตรสมารทการ์ดของโครงการไว้ตามจุดท่องเที่ยวและร้านค้าประมาณ 100 แห่งในกรุงโตเกียว โยโกฮามา และจังหวัดใกล้เคียงกับกรุงโตเกียว เจทีเอยังมีกลยุทธ์เด็ดกระตุ้นนักท่องเที่ยวให้ใช้บัตรบ่อยๆ อีกด้วย โดยมีแผนจะให้รางวัลพิเศษแก่ผู้ที่ใช้บัตรบ่อยครั้งที่สุด เรียกว่ายิ่งใช้มาก ยิ่งมีสิทธิ์ได้ลุ้นรางวัล ถ้ามีการใช้จริงๆ หลังช่วงทดลองเมื่อไหร่ มีสิทธิ์ลืมตัว ใช้กันจนกระเป๋ากระจุย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
