ดร.อัจนา ไวความดี รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เชื่อว่าแม้เงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัวสูงกว่าระดับที่ ธปท.เคยประมาณการไว้ที่ 4-5% แต่ปีนี้ระดับเงินเฟ้อพื้นฐานจะยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของ ธปท.ที่ 0-3.5% และระดับเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีก็ไม่น่าขยายตัวถึง 10% เพราะใน 6 เดือนแรก เงินเฟ้อขยายตัวประมาณ 6% หากเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปีจะขยายตัวถึง 10% ในครึ่งปีหลังเงินเฟ้อจะต้องขยายตัวสูงมากๆ ในแต่ละเดือน อย่างไรก็ตาม ธปท.ต้องดูแลไม่ให้เงินเฟ้อสูงเกินไป แต่ขึ้นอยู่กับระดับราคาน้ำมันและคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ว่าจะดูแลอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไรด้วยภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ถือว่าเป็นความท้าทายของธนาคารกลาง มีทั้งคนเห็นว่าควรขึ้นดอกเบี้ย ขณะที่บางคนมองว่าควรลดดอกเบี้ย ซึ่งก็มีเหตุผลเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าถูกหรือผิดทั้งหมด ส่วนการเห็นต่างกันเรื่องอัตราดอกเบี้ยของกระทรวงการคลังและ ธปท.ก็เป็นเรื่องปกติ เพราะใช้ตัวชี้วัดคนละตัว แต่สิ่งสำคัญคือต้องหาจุดสมดุล ธปท.ต้องไม่ดึงดันดูแต่เงินเฟ้ออย่างเดียว ขณะที่คลังก็ต้องไม่เร่งทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจร้อนแรงเกินไป ดร.อัจนากล่าว
ด้าน ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริหาร บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า โจทย์หลักของเศรษฐกิจไทยคือ การบริหารราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องดูว่ารัฐบาลจะบริหารได้ดีแค่ไหน หากทำผิดทางอาจส่งผลร้ายต่อเศรษฐกิจได้เช่นกัน แต่เรื่องการบริหารราคาสินค้าก็เช่นเดียวกับการบริหารอัตราแลกเปลี่ยนที่ไม่สามารถใช้หน่วยงานเดียวได้ จะต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหาแล้วแบ่งงานกันไปให้แต่ละหน่วยงานเข้าไปดูแลอย่างถูกต้อง จึงจะสามารถบริหารจัดการราคาสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงราคาสินค้าหรือการเข้าไปควบคุมราคาสินค้ามีแต่จะส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น ไม่ได้ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวลดลง เพราะกำไรของบริษัทมาจากราคาขายลบด้วยต้นทุน ในขณะที่รัฐบาลไปควบคุมราคาขายเอาไว้ แต่ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น เมื่อกำไรบริษัทลดลงเขาก็จะลดการผลิตลง และแต่เมื่อซัพพลายในตลาดมีน้อยลงในขณะที่ดีมานด์มีมากราคาสินค้าก็จะปรับตัวสูงขึ้นไปอีก หรือผู้ประกอบการบางแห่งที่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ในที่สุดก็จะมาขอปรับขึ้นราคาขายกับรัฐบาล
กองทัพกดดันนพดลบี้เขมรปรับแผนที่กินแดนไทย
เผยเบื้องลึกปมเปิดเผยแผนที่เขาพระวิหาร หลังกองทัพไม่สบายใจแผนที่ของกัมพูชารุกล้ำเขตพื้นที่ทับซ้อน 10 เมตร หวั่นเสียดินแดน แต่ต้อง เจรจาลับ หลายรอบจน นพดล ยอมบินไปคุยกัมพูชา โดยยึดแผนที่ปี 2505 ตามคำพิพากษาศาลโลก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
