นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค 6 ราย ที่มีส่วนแบ่งตลาดรวม 90% ว่ากรมการค้าภายในจะปล่อยให้ผู้ประกอบการใช้กลไกลการตลาดในการแข่งขันอย่างเหมาะสม และไม่ขยายระยะเวลาในการขอความร่วมมือผู้ประกอบการในการลดราคาสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน 60 รายการ ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการแข่งขันที่รุนแรง จะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค ทำให้ผู้ผลิตต้องทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้านราคาเป็นระยะๆสินค้าบางรายการอาจต้องปรับขึ้นราคา แต่ก็อยู่ในการควบคุมของกรมการค้าภายในอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ก็ยังไม่มีสินค้าใดยื่นขอปรับราคามายังกรม ส่วนสินค้าใดที่ต้องการปรับยื่นราคาเข้ามา กรมให้ความเห็นว่าสถานการณ์ในขณะนี้ยังไม่เหมาะสมในการปรับขึ้นราคา เพราะอาจกระทบต่อผู้บริโภค จึงขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการในการหาทางออกอื่นไปก่อน นางวัชรีกล่าว
ด้านนางพงศ์ทิพย์ เทศะภู ผู้อำนวยการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า จากนี้ไปถึงสิ้นปีนี้ยูนิลีเวอร์ไม่มีแผนจะยื่นขอปรับขึ้นราคาสินค้าที่อยู่ในบัญชีควบคุม แม้ว่าสินค้าหลายรายการมีต้นทุนสูงขึ้น ซึ่งจากการแข่งขันที่สูงอยู่แล้ว ทำให้ไม่สามารถปรับราคาได้ ดังนั้น บริษัทต้องลดต้นทุนด้วยการบริหารจัดการภายในองค์กร แต่ยังคงเน้นกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายออกสินค้าใหม่ทุกเดือน โดยกำหนดราคาที่เหมาะสม ส่วนการจะลดการผลิตหรือหยุดผลิตสินค้าเดิมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความนิยมของสินค้าใหม่ที่ออกมา
นายประพจน์ นันทวัฒนศิริ นายกสมาคมสบู่ ผงซักฟอกและผลิตภัณฑ์ชำระล้างไทย กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ประสบกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า 40% โดยเฉพาะต้นทุนจากราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าในการปรับราคาสินค้าของกลุ่มสหพัฒน์นั้น จะเป็นการปรับหลังคู่แข่งทุกครั้งอยู่แล้ว
ขณะที่ ดร.ณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) ให้ความเห็นว่า เศรษฐกิจจะมีโอกาสเติบโตมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลในการดูแลราคาสินค้า หากรัฐบาลดูแลไม่ได้ก็จะกระทบต่อการใช้จ่ายของผู้บริโภค ดังนั้น รัฐบาลต้องระดมสมองและกำหนดนโยบายราคาสินค้าให้มีเอกภาพมากขึ้น
กองทัพกดดันนพดลบี้เขมรปรับแผนที่กินแดนไทย
เผยเบื้องลึกปมเปิดเผยแผนที่เขาพระวิหาร หลังกองทัพไม่สบายใจแผนที่ของกัมพูชารุกล้ำเขตพื้นที่ทับซ้อน 10 เมตร หวั่นเสียดินแดน แต่ต้อง เจรจาลับ หลายรอบจน นพดล ยอมบินไปคุยกัมพูชา โดยยึดแผนที่ปี 2505 ตามคำพิพากษาศาลโลก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
