นายณรงค์ชัย อัครเศรณี ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟล) ที่ไหลออกในช่วงที่ผ่านมาว่า เป็นการขายทำกำไรของผู้จัดการกองทุน (ฟันด์เมเนเจอร์) หลังจากที่ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมากแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งภูมิภาคเอเชีย ดังนั้น การปรับตัวลดลงของราคาหุ้นจึงเป็นเรื่องปกติ ส่วนการเก็งกำไรในช่วงที่ผ่านมา คาดว่าอาจจะมีบ้าง แต่ไม่ถือว่าเป็นปัญหา เพราะประเทศไทยมีเงินทุนสำรองในระดับสูงกว่า 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่วนหนึ่งอยู่ในรูปดอลลาร์สหรัฐ จึงเป็นผลดีหากจะระบายออกในช่วงนี้นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้ปรับสมมติฐานค่าเงินบาทของปีนี้ จากเดิมที่ 31.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากปัญหาราคาน้ำมันมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่ามูลค่าการนำเข้าน้ำมันในปีนี้จะอยู่ที่ 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าราคาน้ำมันสูงต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง จะทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของประเทศขาดดุลมากขึ้น และจะเป็นแรงกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลง
นายภากรกล่าวว่า ที่ผ่านมาปริมาณเงินลงทุนตรงในประเทศ (เอฟดีไอ) แม้จะไม่มีแนวโน้มลดลง แต่ยังไม่เห็นทิศทางว่าจะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัญหาทางการเมืองและนักลงทุนต้องการความชัดเจนของนโยบายรัฐบาล ซึ่งในไตรมาสแรกของปีนี้มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิประมาณ 1.2-1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และคาดว่าจะลดลงเหลือ 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปลายปี เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น
นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทวันที่ 18 มิถุนายน ปิดตลาดที่ 33.28-33.30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ใกล้เคียงกับวันก่อนที่ค่าบาทอยู่ที่ระดับ 33.29 บาทต่อดอลลาร์
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
