หวั่นการเมืองแรงซ้ำเติมหนักน้ำมันแพงทำธุรกิจทัวร์ไตรมาส 2 ทรุด 10% ตลาดยุโรปเบนเข็มเที่ยวในประเทศมากขึ้น หนุ่มสาวทัวร์หนีตายปรับแพคเกจใน-นอกประเทศ ดันรายได้สิ้นปีเติบโตตามเป้า
นายศุภฤกษ์ ศูรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจนำเที่ยว (ทัวร์) ช่วงไตรมาส 2 (เม.ย.-มิ.ย.) ปีนี้ว่า เฉลี่ยเติบโตลดลงประมาณ 10% เทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงจากตลาดยุโรป เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ทั้งค่าตั๋วโดยสาร ที่พัก นักท่องเที่ยวกลุ่มดังกล่าวจึงหันไปเที่ยวในประเทศ หรือประเทศใกล้เคียงแทน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) จึงทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาอย่างมาก
ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้การดำเนินงานช่วง 5-6 เดือนแรกของบริษัทมีรายได้เติบโตเพียง 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดว่าจะเติบโตถึง 15% โดยมียอดขายที่ลดลงจากแพคเกจทัวร์ระยะไกล 7% และการขายแพคเกจทัวร์หน้าร้านที่ลดลงประมาณ 10% ส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากแพคเกจท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล (อินเซนทีฟ) เส้นทางต่างประเทศระยะใกล้ และทัวร์ประเภทเหมาในประเทศ ขณะที่ต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ 10%
นายศุภฤกษ์กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มธุรกิจครึ่งปีหลัง คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยที่เป็นห่วงคือความไม่แน่นอนทางการเมือง แม้ว่าเวลานี้จะยังไม่ส่งผลกระทบทันที แต่ในฐานะผู้ประกอบการเป็นห่วงว่าหากเกิดเหตุการณ์รุนแรง จะส่งผลต่อการท่องเที่ยวอย่างมาก
ทั้งนี้ เพื่อรองรับกับปัจจัยลบต่างๆ บริษัทจึงได้ปรับแผนการดำเนินงาน สำหรับตลาดในประเทศ จะเน้นการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ลดรายการอาหารบางมื้อ โดยให้ลูกค้าเลือกรับประทานเอง การขายกลุ่มลูกค้าเที่ยวกันเอง แทนการไปเป็นหมู่คณะ คือให้บริษัทจองที่พัก และตั๋วโดยสารให้เท่านั้น ตลอดจนการทำตลาดร่วมกับพันธมิตรเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์ ล่าสุด บริษัทร่วมกับร้านสะดวกซื้อเซเว่น-อีเลฟเว่น ขายแพคเกจทัวร์ไหว้พระ การให้ส่วนลดทัวร์กับลูกค้าบัตรเครดิตเคทีซี เป็นต้น ขณะที่ตลาดต่างประเทศจะเน้นการขายแพคเกจทัวร์ระยะใกล้ เช่น ลาว สิงคโปร์ มาเลเซีย และเน้นการจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น
เริ่มต้นปีนี้ช่วงไตรมาสแรกถือว่ายังดีอยู่ สถานการณ์ราคาน้ำมันยังไม่น่าเป็นห่วงนัก แต่หลังเดือนเมษายนเป็นต้นมาราคาน้ำมันขยับขึ้นไปมาก นักท่องเที่ยวระยะไกลจึงเลือกที่จะเที่ยวประเทศใกล้ๆ หรือขับรถเที่ยวแทน แต่ก็ยังมีโอกาสว่าตลาดเอเชียเลือกเที่ยวภูมิภาคเดียวกันจะเพิ่มขึ้นมากน้อยเพียงใด นอกจากนี้ ปัจจัยทางการเมือง ถือว่าอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ดังนั้น จนถึงสิ้นปีนี้ถ้าบริษัทเติบโตได้ถึง 10% ก็ถือว่าพอใจแล้ว โดยแบ่งเป็นรายได้จากทัวร์ในประเทศ 70-80% และต่างประเทศ 20-30% นายศุภฤกษ์กล่าว
หน้า 19
ข้อมูลจาก มติชน
