ยูนิลีเวอร์ฯยันตรึงได้แค่ไตรมาส3นี้นางวัชรี วิมุกตายน รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้ผลิตสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 6 ราย ได้แก่ บริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง (พีแอนด์จี) บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) บริษัท คอลเกต-ปาล์มโอลีฟ บริษัท คาโอ คอมเมอร์เชียล บริษัท สหพัฒนพิบูล และบริษัท ยูนิลีเวอร์ ซึ่งมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 90% เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ว่า เมื่อประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันที่สูงขึ้น พบว่ามีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและการขนส่งของผู้ประกอบการ แต่ภาวะการค้าและกำลังซื้อยังไม่ดีนัก ทำให้การแข่งขันในตลาดสูง ทำให้ผู้ผลิตไม่อาจปรับขึ้นราคาได้ จึงไม่จำเป็นต้องขยายการลดราคาสินค้า 60 รายการที่สิ้นสุดเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาออกไปอีก อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตยืนยันจะไม่ยื่นขอปรับขึ้นราคาจนถึงปลายปีนี้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนและเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น และหากผู้ผลิตรายใดออกสินค้าใหม่ที่มีการลดขนาดลดปริมาณน้ำหนักก็ต้องยื่นให้กรมพิจารณา และต้องมีการปรับลดราคาตามน้ำหนักสินค้าที่ลดลง ไม่เช่นนั้นถือว่าเป็นความผิดตามกฎหมายชั่งตวงวัด ตอนนี้แม้ไม่มีโครงการลดราคาสินค้าหรือตรึงราคาสินค้า แต่การแข่งขันที่รุนแรงจะเป็นกลไกในการตรึงราคาสินค้า
นายประพจน์ นันทวัฒน์ศิริ นายกสมาคมสบู่ ผงซักฟอก และผลิตภัณฑ์ชำระล้างไทย กล่าวว่า ผู้ผลิตสินค้าส่วนใหญ่ประสบกับภาวะต้นทุนที่สูงขึ้นกว่า 40% จากการปรับขึ้นของราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต แต่ที่ยังขายในราคาเดิมเพราะปรับลดต้นทุนการบริหารจัดการ และบางสินค้าใช้การลดขนาดและราคาลง อย่างไรก็ตาม ไม่อาจระบุได้ว่าจะคงราคาได้ถึงเมื่อไหร่ หากจำเป็นต้องปรับขึ้นราคา บริษัทสหพัฒนพิบูลยืนยันว่าจะปรับเป็นรายสุดท้าย
นางพงษ์ทิพย์ เทศะภู ผู้จัดการฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสาร บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด กล่าวว่า การยืนราคาสินค้าในปัจจุบันคงทำได้ถึงปลายไตรมาส 3 ปีนี้ หลังจากนี้อาจต้องยื่นเรื่องขอกระทรวงพาณิชย์พิจารณาขึ้นราคาสินค้าเพื่อลดการแบกรับภาระต้นทุนและรายได้ที่ลดลงจนกระทบต่อองค์กร ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ในภาวะประคองตัว
หน้า 17
ข้อมูลจาก มติชน
