เลี้ยบฉุนข่าวปลดธาริษามั่วแบงก์ชาติยันเดินหน้าขายหุ้นไทยธนาคาร ปัดข่าวจับควบทหารไทย-สคิบ พร้อมส่งข้อมูลไทยธนาคาร เลี้ยบฉุนข่าวปลดธาริษาสับสน ชี้ผลพวงตั้ง กก.สอบไทยธนาคาร เหน็บใครไม่ผิดอย่าหวั่นไหว โยนถาม รบ.ขิงแก่สอบเพิ่มทุนทหารไทย ชี้สงครามตัวแทนคลัง-ธปท.ลูกหลงความขัดแย้งนโยบายการเงิน ด้านพีรศิลป์แจงตลาดคาดสรุป 20 มิ.ย.
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินเกี่ยวกับกรณีการขายหุ้นที่ถืออยู่ในธนาคารไทยธนาคารว่า ขณะนี้ยังไม่ขอพูดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เพราะยังไม่มีความชัดเจน ส่วนที่กระทรวงการคลังได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีความเสียหายจากการเพิ่มทุนและการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่ามาตรฐาน (ซับไพรม์) หนุนหลัง (ซีดีโอ) ของไทยธนาคารนั้น ขณะนี้ได้มีหนังสือขอข้อมูลมาแล้ว และทางกองทุนฟื้นฟูฯพร้อมให้ความร่วมมือ โดยให้การตรวจสอบเป็นไปตามกระบวนการ
แหล่งข่าวจากกองทุนฟื้นฟูฯกล่าวว่า กองทุนฟื้นฟูฯยังยืนยันที่จะขายหุ้นต่อไป เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุนเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งที่ประชุมบอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯไม่ได้พูดถึงการควบรวมกิจการระหว่างธนาคารทหารไทย นครหลวงไทย และไทยธนาคารแต่อย่างใด
นายพงษ์อดุล กฤษณะราช ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. กล่าวว่า ถึงแม้กระทรวงการคลังจะตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการเพิ่มทุนและการลงทุนในซีดีโอของไทยธนาคาร แต่เป็นการตรวจสอบการกระทำที่เกิดขึ้นแล้ว จึงไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการขายหุ้นที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งเป็นการเดินหน้าเพื่ออนาคต
นายพงษ์อดุลกล่าวว่า ธปท.ได้เข้าไปตรวจสอบการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ทุกปี โดยการตรวจสอบธนาคารไทยธนาคารครั้งล่าสุดทำไปเมื่อต้นปี 2551 ไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติและรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามปกติ แต่หากต้องการรื้อเรื่องดังกล่าวตรวจสอบอีกครั้ง ก็พร้อมให้ความร่วมมือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงกระแสข่าวการปลดนางธาริษาว่า คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง ซึ่งกระแสข่าวน่าจะมาจากการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องไทยธนาคาร เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกัน เพราะข่าวที่เกิดขึ้นเกิดความสับสน จนลุกลามไปถึงเรื่องผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ระบุว่าจะสอบสวนใครหรือมีการกระทำผิดจริงหรือไม่ หากไม่ได้ทำผิดก็อย่าหวั่นไหวและไม่ต้องกังวล
ส่วนกรณีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นเช่นกันนั้น นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า การเพิ่มทุนของทหารไทยดำเนินการต่อเนื่องมา 2-3 ปีแล้ว และดำเนินการเสร็จในรัฐบาลที่แล้ว แต่การเพิ่มทุนของไทยธนาคารเกิดขึ้นเมื่อต้นปี ซึ่งแสดงว่ามีคนที่หวั่นไหวกับเรื่องนี้ จึงต้องถามกลับไปว่าทำไมรัฐบาลที่แล้วไม่ได้ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีทหารไทยด้วย
นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า กระทรวงการคลังจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการขายหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯถืออยู่ ซึ่งกระทรวงการคลังมีหน้าที่รับผิดชอบเพียงแค่หนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯจำนวน 1.4 ล้านล้านบาท โดยกระทรวงการคลังมีความประสงค์แค่ให้การขายหุ้นของธนาคารต่างๆ เป็นการขายหุ้นที่ได้รับผลตอบแทนดีพอสมควร
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเป็นสงครามตัวแทนระหว่างคนใกล้ชิดของผู้ว่าการ ธปท.และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งตัวแทนกระทรวงการคลังที่เป็นกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯนั้นมีความอึดอัด เนื่องจากท่าทีของ นพ.สุรพงษ์พยายามจะชะลอการขายหุ้นไทยธนาคาร เพื่อหวังให้ราคาที่ดีกว่านี้และรอให้ผลการตรวจสอบออกมาก่อน
แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ความขัดแย้งเรื่องไทยธนาคารเป็นเพียงผลลัพธ์ของความขัดแย้งเรื่องการดำเนินนโยบายการเงินที่ ธปท.เลือกใช้เครื่องมือในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ และดูแลอัตราแลกเปลี่ยนสวนทางกับตลาดและเป็นการดำเนินนโยบายเชิงรับมาตลอด จนทำให้ไม่ทันเหตุการณ์
นายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร กล่าวว่า ธนาคารได้รับแจ้งจากกองทุนฟื้นฟูฯว่ามีความคืบหน้าเรื่องการขายหุ้นและอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการถือหุ้นของธนาคาร จึงขอหยุดพักการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ข้อสรุป ซึ่งคาดว่าจะมีข้อสรุปภายในวันที่ 20 มิถุนายน
นางภัทรียา เบญจพลชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สาเหตุที่ขึ้นเครื่องหมาย H เพื่อห้ามซื้อขายหุ้นทิสโก้และไทยธนาคาร หลังจากเปิดซื้อขายไปแล้วในช่วงเช้าประมาณ 1 ชั่วโมง ไม่ได้เป็นการขึ้นเครื่องหมายที่ช้าเกินไป และไม่ถือเป็นข้อมูลภายในจนต้องสอบการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์) เพราะเรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวมาเป็นระยะๆ อยู่แล้ว
หน้า 18
ข้อมูลจาก มติชน
