นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวในงานสัมมนาไตรภาคี เจาะลึก 3 มหาสมุทร พลิกกลยุทธ์การตลาด กับ เค เอสเอ็มอี แคร์ ว่า สภาพเศรษฐกิจในขณะนี้ ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์ให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโต จากที่มองส่วนแบ่งตลาดโดยการลดราคาเป็นสำคัญซึ่งทำให้กำไรลดต่ำลง จนเลือดนอง หรือเรียกกลยุทธ์เรดโอเชี่ยน แต่กลยุทธ์นี้เหมาะกับสินค้าที่ไม่มีความแตกต่าง แต่ปัจจุบันมีกลยุทธ์บลูโอเชี่ยน โดยผู้ประกอบการต้องแสวงหาตลาดใหม่ที่มีคู่แข่งน้อยรายหรือไม่มีเลย จะช่วยสร้างโอกาสเติบโตของธุรกิจ และผลกำไร แต่ไม่นานคู่แข่งก็จะเข้ามาสู่ตลาด ต้องสร้างกลยุทธ์บลูโอเชี่ยนต่อเนื่อง และล่าสุดมีกลยุทธ์ไวท์โอเชี่ยน ธุรกิจที่ยังแสวงหากำไรและศีลธรรมควบคู่ หรือการนำเอาความรับผิดชอบต่อสังคม (ซีเอสอาร์) มาใช้สร้างความสำเร็จ และส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กรระยะยาวด้วยนายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยแอร์ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า การอยู่ในตลาดเรดโอเชี่ยนได้ ผู้ประกอบการต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง แต่ไม่เหมาะกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีเงินทุนน้อยๆ เนื่องจากต้องฟาดฟันเรื่องราคากับผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่หากเลี่ยงไม่ได้ให้มองหาสินค้าและบริการที่สามารถสร้างรายได้เสริมเพื่อบริหารต้นทุนให้อยู่ในธุรกิจได้ระยะยาว รวมถึงการเลือกใช้สื่อออนไลน์ โฆษณาประชาสัมพันธ์ เช่น เว็บไซต์ www.alibaba.com
นายกิตติพัฒน์ ปณิฐาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาหน่วยบริการอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัญหาด้านเศรษฐกิจของเอสเอ็มอีตอนนี้แบ่งเป็น 2 ปัจจัยใหญ่ คือ 1.ปัญหาจากปัจจัยภายนอก ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น ราคาน้ำมันแพง ค่าครองชีพสูง ปัญหาการเมืองและปัญหาสำคัญสุดคือการขาดหายไปของคำสั่งซื้อ ส่วนอีกปัญหาเกิดจากปัจจัยภายใน เช่น พนักงานขาดความรู้ความชำนาญที่เพียงพอ กระบวนการผลิตที่มีการสูญเสียจำนวนมาก ขาดการวางแผนด้านการตลาด ระบบบัญชีไม่ได้มาตรฐาน ตราสินค้าไม่เป็นที่รู้จัก ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้โดยเอสเอ็มอีหันมาปรับปรุงปัจจัยภายในต่างๆ และวางแผนแนวทางของธุรกิจให้ชัดเจน ซึ่งหากปัญหาภายนอกคลี่คลายจะสามารถแข่งขันได้ทันที ซึ่งทางสำนักพัฒนาฯร่วมกับคณะที่ปรึกษาธุรกิจฯ ได้สร้างทีมที่ปรึกษาไว้แล้วกว่า 300 คน เพื่อให้ความช่วยเหลือเอสเอ็มอีไทย
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
