ทำใจผู้โดยสารหายไปอื้อแต่มั่นใจรายได้เข้าเป้านายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยอมรับว่าการบินไทยได้รับผลกระทบอย่างหนักทำให้ต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหยุดทำการบิน ลดเที่ยวบินในบางเส้นทาง เช่น หยุดเที่ยวบินไปนิวยอร์กไม่มีกำหนด ลดเที่ยวบินไปลอสแองเจลิสเหลือ 5 เที่ยวบินจาก 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ ปักกิ่งเหลือ 5 เที่ยวบิน จาก 7 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เฉิงตูจาก 5 เที่ยวบิน เหลือ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เป็นต้น และมีแนวโน้มว่าจะทำการลดเที่ยวบินในเส้นทางอื่นๆ ลงอีก ยกเว้นเส้นทางบินในยุโรปที่ยังมีกำไรและจำนวนอัตราความจุผู้โดยสารยังเป็นไปตามเป้าหมาย
การลดหรือหยุดทำการบินในบางเส้นทางเป็นการลดอัตราความเสี่ยงการขาดทุนที่ต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งวิธีนี้ส่งผลกระทบต่อจำนวนลูกค้าที่เป็นผู้โดยสารของการบินไทย โดยเฉพาะเที่ยวบินไปนิวยอร์กทำให้มีผู้โดยสารหายไปจากระบบในเส้นทางบินดังกล่าวและที่บินต่อเนื่องประมาณ 10% และหากการบินไทยยังจำเป็นต้องลดเที่ยวบินลงไปเรื่อยๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการการบินไทยและต่อเครื่องไปยังประเทศต่างๆ ได้
นายปานฑิตกล่าวว่า สำหรับอัตราความจุของจำนวนผู้โดยสารที่เคยคาดการณ์ไว้โดยรวมประมาณ 74% นั้นจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเดินทางมากขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทำให้ทุกคนต้องประหยัดมากขึ้นนั้นส่งผลกระทบให้อัตราความจุผู้โดยสารลดลงประมาณ 2-3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้
นายปานฑิตกล่าวว่า สำหรับภาวะราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นในขณะนี้ ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการตามแผน 10 ปี ของการบินไทยเนื่องจากสถานการณ์ต่างๆ ได้เปลี่ยนไป โดยเฉพาะในส่วนของราคาน้ำมันได้มีผลกระทบอย่างมากทำให้ต้องประเมินแผนการดำเนินการเป็นระยะๆ ในช่วง 3-6 เดือน แต่อย่างไรก็ตามแม้ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น แต่ยืนยันว่ารายได้ของการบินไทยในปีนี้จะเป็นไปตามเป้าหมายอย่างแน่นอน (กรอบบ่าย)
หน้า 19
ข้อมูลจาก มติชน
