หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
   หาข่าว :   
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ

มองลอดรอยร้าวคลัง-แบงก์ชาติ สะเทือนวิบากกรรมแบงก์รัฐ

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ

กระแสร่ำลือที่กระหึ่มขึ้นรอบใหม่ว่า กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะปลดผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แม้ว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะปฏิเสธว่า ไม่เป็นความจริงก็ตาม

ถึงกระนั้น หลายคนยังคงสับสนและไม่แน่ใจกับท่าทีของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะคำให้สัมภาษณ์ของ นพ.สุรพงษ์เองที่ระบุว่า จะตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเพิ่มทุนธนาคารไทยธนาคารว่า ทำให้ทางการเสียหายจริงหรือไม่

ตามด้วยการแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีการเข้าไปลงทุนในตราสารหนี้ประเภทหนึ่ง หรือที่เรียกว่า ซีดีโอ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นซีดีโอที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ที่ต่ำกว่ามาตรฐานหนุนหลัง (ซับไพรม์) เมื่ออสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐอเมริกาตกต่ำอย่างหนัก ทำให้ธนาคารไทยธนาคารได้รับผลกระทบจากการลงทุนดังกล่าวจนจำเป็นต้องกันสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

ปฏิบัติการดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการหาผู้กระทำผิดที่ทำให้ไทยธนาคารเสียหาย ซึ่งโดยนัย ก็คงหนีไม่พ้นความรับผิดชอบของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ไทยธนาคารกว่า 42% ขณะที่นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. ก็อยู่ในฐานะประธานกองทุนฟื้นฟูฯ โดยตำแหน่งนั่นเอง

จุดเริ่มต้นที่แบงก์นครหลวงไทย

หากพิจารณาย้อนไปยังจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งที่ทำให้เกิดข่าวลือดังกล่าว น่าจะมาจากกรณีของธนาคารนครหลวงไทย เริ่มจากการประชุมผู้ถือหุ้นเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ได้มีการแต่งตั้งกรรมการใหม่ 2 ราย ซึ่ง 1 ใน 2 ราย คือ พล.ต.อ.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ซึ่งมีชื่ออยู่ในบ้านเลขที่ 111 ซึ่งถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เข้าเป็นกรรมการแบบสายฟ้าแลบ

หลังจากนั้น เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาคณะกรรมการธนาคารได้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคาร แทนนายสมเกียรติ ศุขเทวา ที่ขอลาออก โดยกรรมการสรรหาฯมี พล.ต.อ.ชิดชัย เป็นประธาน ท่ามกลางข่าวลือที่กระเส็นกระสายมาว่า มีการวางตัวบุคคลที่จะเข้ามาเป็นกรรมการคนใหม่เอาไว้แล้ว นั่นคือ นายนิพัทธ พุกกะณะสุต อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งปัจจุบันมีสถานะเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

หนำซ้ำยังมีข่าวลือต่ออีกว่า พอได้รับการเสนอชื่อจากคณะกรรมการสรรหาฯก็จะชงต่อให้เป็นประธานกรรมการคนใหม่ของธนาคารนครหลวงไทยอีกด้วย

ข่าวดังกล่าวก่อให้เกิดคำถามในแง่ความเหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันนายนิพัทธถูกฟ้องร้องในคดีแพ่งอยู่ 2 คดี ได้แก่ คดีที่ธนาคารออมสินฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเข้าซื้อหุ้นธนาคารกรุงเทพฯพาณิชย์การ (บีบีซี) เมื่อครั้งที่นายนิพัทธเป็นกรรมการในธนาคารออมสิน และคดีที่อัยการฟ้องเรียกค่าเสียหายกรณีร่ำรวยผิดปกติ

แม้ว่า นพ.สุรพงษ์จะชี้แจงว่า การติดคดีฟ้องร้องนั้น ไม่ควรถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการพิจารณาคุณสมบัติของบุคคล แต่ควรให้โอกาสผู้ที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในฐานะกรรมการรัฐวิสาหกิจ แต่ถึงกระนั้น กองทุนฟื้นฟูฯในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ของธนาคารนครหลวงไทย กลับมองว่า เป็นประเด็นสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ทำให้บอร์ดกองทุนฟื้นฟูฯมีการเรียกประชุมเพื่อพิจารณาในเรื่องนี้ พร้อมกับมีการทำหนังสือถึงบอร์ดธนาคารนครหลวงไทย เพื่อขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบในการแต่งตั้งนายนิพัทธเข้าเป็นกรรมการ

อันเป็นที่มาของการ ถอย เพราะบอร์ดธนาคารนครหลวงไทยมีมติให้ดำเนินการสรรหาใหม่ พร้อม ๆ กับปฏิบัติการ เอาคืน ก็เริ่มต้นขึ้น!!

ลุกลามมาที่ไทยธนาคาร

เรื่องของธนาคารไทยธนาคาร เปิดฉากเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2551 เมื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ช่องหนึ่งว่า มีทูตต่างประเทศมาถามเรื่องจะมีการขายแบงก์ไทย ซึ่งนายสมัครไม่ทราบเรื่อง พร้อมกับระบุว่า มีแบงก์เจ๊ง กองทุนฟื้นฟูฯมีการใส่เงินเพิ่มทุน 8,000 ล้านบาทแล้วจะขาย โดยนายสมัครตบท้ายว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเมื่อขายแล้วทำให้รัฐบาลต้องรับผิดชอบ

หลังจากนั้น ธปท.ก็ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า มีแผนจะขายหุ้นที่กองทุนฟื้นฟูฯถืออยู่ในธนาคารไทยธนาคาร โดยขณะนี้มีสถาบันการเงินทั้งไทยและต่างประเทศสนใจจะซื้อ

แต่ยังไม่ทันที่แผนการขายหุ้นจะคืบหน้า ก็ปรากฏข่าวเป็นระยะๆ ที่ระบุที่มาจากทีมที่ปรึกษาของ นพ.สุรพงษ์ว่า กระทรวงการคลังไม่เห็นด้วยกับการขายหุ้นธนาคารไทยธนาคารในขณะนี้ เนื่องจากเห็นว่าจะได้ราคาไม่ดี พร้อมกับการเสนอให้มีการควบรวมกิจการกันระหว่าง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารทหารไทย นครหลวงไทย และไทยธนาคาร น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แทนที่จะขายหุ้นออกไป

นอกจากนี้ นพ.สุรพงษ์ยังให้สัมภาษณ์ว่า กรณีของธนาคารไทยธนาคารจะต้องมีการตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ทั้งกรณีการเพิ่มทุนแล้วทำให้ทางการเสียหายกว่า 8,000 ล้านบาท และกรณีการเข้าไปลงทุนในซีดีโอ พร้อมกับแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง มีนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เป็นประธาน

แม้ว่า ธปท.จะพยายามชี้แจงแล้วชี้แจงอีกว่า กรณีการเพิ่มทุนให้กับธนาคารไทยธนาคารนั้น เป็นความจำเป็นเพื่อเพิ่มเงินกองทุนของธนาคารไทยธนาคารให้อยู่ในระดับที่สามารถดำเนินธุรกิจได้ ซึ่งถือเป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้นใหญ่ พร้อมทั้งยืนยันว่า การเพิ่มทุนเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้

ข้อหาการเพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินเป็นความผิดที่ทำให้รัฐเสียหาย ดูจะเป็นข้อหาที่ลอยๆ ไปหน่อย เพราะหากศึกษาจากประวัติศาสตร์การเงินในห้วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง และ ธปท.มีบทเรียนและความเสียหายที่เกิดจากการเข้าไปให้ความช่วยเหลือสถาบันการเงินหลายต่อหลายแห่ง รวมแล้วเป็นเงินหลายแสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นกรณีของธนาคารกรุงไทย ทหารไทย ที่กระทรวงการคลังเป็นแม่งานใหญ่ ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ หรือกรณีของไทยธนาคาร นครหลวงไทย ที่มีกองทุนฟื้นฟูฯเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

โดยเฉพาะกรณีธนาคารทหารไทย ก่อนหน้านี้นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตรองประธานกรรมการธนาคารทหารไทยเอง เคยให้สัมภาษณ์ว่า กรณีของธนาคารทหารไทยมีการบริหารงานผิดพลาด ปล่อยสินเชื่อให้พวกพ้องจนกลายเป็นหนี้เสีย ดังนั้น กระทรวงการคลังควรจะมีการตรวจสอบเพื่อเอาผิดกับผู้บริหาร

แต่กระทรวงการคลังก็มิได้นำพา ยังคงเดินหน้าเพิ่มทุน พร้อมขายหุ้นให้กับกลุ่มไอเอ็นจีเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหม่ในเวลาต่อมา จนเกิดคำครหาว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิมที่เกี่ยวข้องกับนักการเมือง

ส่วนกรณีการลงทุนในซีดีโอนั้น เมื่อปี 2550 ทางกองทุนฟื้นฟูฯได้ร่วมกับฝ่ายตรวจสอบสถาบันการเงินของ ธปท. ตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบการลงทุนดังกล่าวแล้ว ซึ่งผลการตรวจสอบชี้ว่า มีความเสียหายเกิดขึ้นจริง แต่มิได้เกิดขึ้นจากเจตนาทุจริต

หากพิจารณาที่มาของการเข้าลงทุนในตราสารดังกล่าว เกิดจากเมื่อปี 2549 ธนาคารไทยธนาคารได้รับรายได้จากเงินชดเชยตามสัญญาการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพจากกองทุนฟื้นฟูฯ จำนวน 6 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นภาระในการคิดหาวิธีการนำเงินดังกล่าวไปปล่อยสินเชื่อเพื่อให้ได้ผลตอบแทนในห้วงที่ภาวะเศรษฐกิจขณะนั้นชะลอตัวลงจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ดังนั้น ธนาคารจึงตัดสินใจนำไปลงทุนในซีดีโอ ซึ่ง ณ ช่วงเวลาที่ลงทุนนั้น ตราสารหนี้จำนวน 419 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 14,000 ล้านบาท ได้รับการจัดอันดับเครดิตอยู่ในระดับน่าลงทุน (Investment Grade) ทั้งสิ้น

แต่ใครจะล่วงรู้ได้ว่าอีก 1 ปีให้หลัง ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐเกิดปัญหาอย่างหนัก ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำ ตราสารซีดีโอ โดยเฉพาะซับไพรม์ที่มีสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ต่ำกว่ามาตรฐานหนุนหลัง จะมีราคาตกต่ำแบบฮวบฮาบ จนทำให้ไทยธนาคารต้องกันสำรองจากการลงทุนดังกล่าว

นอกจากนี้ ธนาคารไทยธนาคารไม่ใช่แห่งเดียวที่เข้าลงทุนในซีดีโอ เพราะยังมีธนาคารไทยอีกหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นธนาคารกรุงเทพ กรุงไทย กรุงศรีอยุธยา เป็นต้น ที่เข้าลงทุนซื้อซีดีโอเช่นเดียวกัน

ยุติศึกก่อนระบบแบงก์พัง

ความขัดแย้งกระทบกระทั่งกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนโยบาย การบริหารจัดการ หรือแม้กระทั่งความขัดแย้งของตัวบุคคล ระหว่างกระทรวงการคลัง กับ ธปท. เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นมาหลายยุคหลายสมัย ซึ่งหากความขัดแย้งรุนแรงก็นำไปสู่การปลดผู้ว่าการ ธปท.ในที่สุด

แต่ถึงกระนั้น ท่ามกลางสงครามของความขัดแย้งทุกครั้ง ต้องไม่ลืมว่า มีระบบการเงิน ระบบแบงก์ ความเชื่อมั่นศรัทธาต่อสถาบันการเงิน ยังเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องคงอยู่ ไม่ควรจะถูกทำลายลงด้วย ลมปาก ของนักการเมือง หรือการตัดสินใจดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดโดยไม่ผ่านการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน

เหมือนกับศึกน้ำลายที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ ควรจะยุติลงก่อนที่จะเกิดปัญหาสั่นคลอนความเชื่อมั่น ส่งผลให้แผนการขายหุ้นธนาคารไทยธนาคารต้องเสียหาย เพราะหากกองทุนฟื้นฟูฯไม่สามารถปลดหน้าที่ด้วยการขายหุ้นธนาคารไทยธนาคารลงได้ ก็จะต้องแบกภาระหาเงินเพิ่มทุนให้กับธนาคารไทยธนาคารอีกระลอกหนึ่ง เพื่อให้ธนาคารดำเนินธุรกิจต่อไป

หรือแม้กระทั่งแนวคิดที่จะควบรวมกิจการ 3 แบงก์เข้าด้วยกันของทีมที่ปรึกษากระทรวงการคลัง ก็ต้องใช้เงินอีกก้อนใหญ่เพิ่มทุนให้กับแบงก์แห่งใหม่ภายหลังการควบรวมกิจการ แล้วยังต้องมีปัญหาการปลดพนักงานที่เกินกว่าปริมาณงาน

ไม่รู้ว่า กระทรวงการคลังคิดแผนไว้หรือยัง??

หน้า 17





ข้อมูลจาก มติชน


Tag : ชิดชัย ดังนั้น ซึ่ง ได้แก่ ล้านบาท นครหลวงไทย


Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | สินค้ามือสอง | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob