พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.พลังงาน กล่าวถึงสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเมื่อวันที่ 4 ก.ค. ที่ปรับตัวสูงขึ้นทำสถิติใหม่ที่ระดับ 146 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ว่า ราคาน้ำมันจะแกว่งตัวสูงขึ้นอีก แม้ว่าสหรัฐจะออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้มีการเก็งกำไรราคาน้ำมัน ประกอบกับในยุโรปใกล้เข้าสู่ฤดูหนาว ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น รวมทั้งปัญหาความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างสหรัฐกับอิหร่านก็มีผลทำให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ขณะที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ยอดการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลในประเทศเดือนมิ.ย.ลดลงถึง 14% ซึ่งกระทรวงพลังงานจะเร่งผลักดันให้ประชาชนหันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 10, อี 20 และ อี 85 เพื่อลดการพึ่งพาและนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศที่มีราคาแพงกระทรวงพลังงานจะสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศไม่ให้เกิดการขาดแคลน ด้วยการวางแผนและจัดสรรพลังงาน ทั้งพลังงานไฟฟ้า เชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ ภาคอุตสาหกรรม และการเร่งสำรวจทรัพยากรในประเทศ รวมถึงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม เพื่อให้ราคาพลังงานในไทยไม่แพงไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน และไม่มีราคาถูกจนเกิดการลักลอบส่งออก พล.ท.หญิงพูนภิรมย์ กล่าว
ด้านนายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า สนพ.อยู่ระหว่างการพิจารณาทบทวนการให้ส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าที่จะสิ้นสุดลงในเดือนธ.ค.นี้ ทั้งในส่วนของก๊าซไฮโดรเจน พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และชีวมวล เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ราคาน้ำมันในปัจจุบัน และส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการลงทุนมากขึ้นในการผลิตพลังงานทดแทน ส่วนแกลบและชานอ้อยจะไม่มีการเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้าจากเดิม เนื่องจากเชื้อเพลิงวัตถุดิบดังกล่าวมีไม่เพียงพอในการผลิตไฟฟ้า นอกจากนี้ สนพ.ยังพิจารณาการขยายระยะเวลาอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล 90 สตางค์ต่อลิตร ที่จะสิ้นสุดลงในเดือนก.ค.นี้ โดยมีแนวโน้มให้การอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลต่อ เพื่อบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ใช้น้ำมันดีเซลในประเทศ
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า จากปัญหาสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันเตาในภาคอุตสาหกรรมปรับตัวสูงขึ้นตาม ทำให้ภาคอุตสาหกรรมหันมาใช้ก๊าซแอลพีจีแทนน้ำมันเตามากขึ้นในกระบวนการผลิตถึง 50% และมีแนวโน้มการใช้สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นปัญหาระยะยาวของการใช้พลังงานได้ ภาคอุตสาหกรรมจึงจำเป็นต้องมีการปรับตัว ด้วยการหันไปใช้พลังงานทดแทนประเภทอื่นมากขึ้น เช่น เอ็นจีวี ไบโอดีเซล ถึงแม้พลังงานดังกล่าวจะมีราคาแพงกว่าแอลพีจี แต่มีราคาถูกกว่าน้ำมันและมีความปลอดภัยสูงกว่าแอลพีจี ส่วนการที่รัฐบาลเตรียมปรับขึ้นราคาแอลพีจีภายในเดือนก.ค.นี้ หากเป็นการทยอยปรับราคาขึ้นจะไม่กระทบต่อภาคอุตสาหกรรม
แม้ราคาน้ำมันจะขยับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจนกระทบการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลังให้ชะลอตัวลง แต่การส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรยังดำเนินไปได้ดี ซึ่งจะช่วยให้การขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจของประเทศครึ่งปีหลังเติบโตได้ถึง 5% นายสันติกล่าว
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
