ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ปตท.ระบุ ปีนี้เป็นปีแรกหลังจากที่ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกก๊าซแอลพีจีมาตลอด จะมียอดนำเข้าสูงถึง 300,000 ตัน คาดปี 2552 ยอดนำเข้าจะสูงถึง 1 ล้านตันนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. กล่าวว่า การนำเข้าก๊าซแอลพีจีคาดว่าจะสูงเกินกว่าประมาณการ โดยตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นไป ปตท.เตรียมนำเข้า 40,000 ตัน จากเดิมที่คาดว่าจะนำเข้า 20,000 ตัน/เดือน หากปริมาณยังสูงต่อไป ก็จะทำให้ยอดนำเข้าในปีนี้ ซึ่งเป็นปีแรกหลังจากที่ไทยเคยเป็นผู้ส่งออกก๊าซแอลพีจีมาตลอด จะมียอดนำเข้าสูงถึง 300,000 ตัน หรือเป็นมูลค่านำเข้า 5,000 ล้านบาท และหากยอดการใช้ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นนี้ในปี 2552 คาดว่ายอดนำเข้าจะสูงถึง 1 ล้านตัน และจะทำให้มูลค่านำเข้าทั้ง 2 ปี สูงถึง 20,000 ล้านบาท
"ปตท.ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงานให้เป็นผู้นำเข้ามาจำหน่ายให้ประชาชน โดยให้ออกเงินล่วงหน้าและรับภาระไปก่อน จากนั้นกระทรวงพลังงานจะจัดหาเงินมาจ่ายคืน นายประเสริฐ กล่าว และว่า ปตท.สามารถนำเข้าโดยไม่ขาดแคลน แต่สิ่งที่น่าเสียดาย คือ มูลค่านำเข้าจะต้องสูงขึ้น และเงินที่จะมาชดเชยก็จะมาจากเงินของประชาชน ไม่ว่าจะมาจากส่วนใดก็ส่วนหนึ่ง การแก้ไขปัญหาควรปรับโครงสร้างราคาให้สะท้อนต้นทุน แต่จะเป็นเท่าไร ขึ้นอยู่กับกระทรวงพลังงานจะตัดสินใจ"
นายประเสริฐ กล่าวว่า ก๊าซแอลพีจีที่มียอดใช้เพิ่มขึ้น นอกจากภาครถยนต์และอุตสาหกรรมแล้ว การลักลอบส่งออกในรูปแบบกองทัพมดก็เกิดขึ้นต่อเนื่อง โดยปัจจุบันถังก๊าซของไทยมีลักลอบจำหน่าย ทั้งเวียดนาม จีนตอนใต้ ลาว กัมพูชา และพม่า ผู้ได้ประโยชน์ คือ บรรดากองทัพมดที่ทำกำไรถังละไม่ต่ำกว่า 500 บาท เนื่องจากราคาขายในต่างประเทศอยู่ที่ 800-1,000 บาท ส่วนราคาในประเทศอยู่ที่ 300 บาท เท่านั้น