นางพรรณี สถาวโรดม ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.ได้รายงานเศรษฐกิจครึ่งปีแรกและประเมินสถานการณ์ครึ่งปีหลังให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับทราบประกอบการพิจารณาวางแผนการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ปานกลาง และระยะยาว โดยครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งเติบโตได้ถึง 6% แต่ในช่วงครึ่งปีหลังน่าจะขยายตัว 5-5.5% น้อยกว่าครึ่งปีแรกจากปัจจัยลบด้านต่างๆ คาดว่าทั้งปีจะโตได้ 5.5-6% ขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า ราคาน้ำมัน และความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรการบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทยไปแล้ว ช่วง 6 เดือนนี้ จะทำให้ครอบครัวที่มี 4 คน พ่อแม่ ลูกสอง มีเงินเพิ่มขึ้นเดือนละ 2,000 บาท และทำให้รัฐบาลมีเวลาเพียงพอที่จะพิจารณาออกมาตรการระยะกลางและยาวเพื่อกำหนดทิศทางของประเทศ แต่ทั้งนี้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องออกมาตรการระยะสั้นอีก หากสถานการณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก หรือราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับ 130-140 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับ 7-8% แต่หากน้ำมันเพิ่มสูงกว่านี้ ทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นก็อาจต้องมีมาตรการใหม่นางพรรณีกล่าวและว่า จากนี้ไปรัฐบาลจะต้องเร่งเรื่องเมกะโปรเจกท์ให้มีความชัดเจนเป็นรูปธรรม มีการทำงานแบบบูรณาการมากขึ้น ส่วนที่ให้ไปพิจารณาโครงสร้างอัตราภาษีนิติบุคคลเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนั้นมองว่ายังไม่ใช่ช่วงเวลาที่เหมาะสมเพราะมีทั้งผลบวกและด้านลบ
สำหรับบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นวันที่ 21 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นพลิกกลับยืนในแดนบวกได้เกือบตลอดทั้งวัน หลังจากที่ปิดลบต่อเนื่องสัปดาห์ก่อน โดยปิดตลาดที่ระดับ 687.30 จุด เพิ่มขึ้น 22.78 จุด หรือ 3.43% มูลค่าการซื้อขายรวม 1.45 หมื่นล้านบาท โดยนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีแรงขายสุทธิลดลงเหลือเพียง 436.98 ล้านบาท ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นผลมาจากแรงซื้อกลับของนักลงทุน
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
