ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เงินในกระเป๋าของเราด้อยค่าลง จากเดิมพันธบัตรใบละหนึ่งร้อยอาจจะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนอาหารให้กับเราได้ถึง 3 มื้ออย่างสบายย แต่ในปัจจุบันสำหรับใครหลายคนอาจจะไม่เพียงพอแล้วก็เป็นได้เมื่อสถานการณ์ภาวะแวดล้อมเป็นเช่นนี้ ทักษะการใช้เงินและการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดรวมถึงการรู้จักเลือกบริโภคในสิ่งที่จำเป็น จะทำให้เราได้เปรียบคนอื่นในยามที่ภาวะเศรษฐกิจไม่สู้ดีนัก แม้เงินไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิต แต่หากเรามีการวางแผนการใช้อย่างถูกวิธีก็จะส่งผลให้เราสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขย ย อย่างน้อยที่สุดคือไม่ต้องทุกข์ใจเนื่องจากไม่มีเงินใช้จ่ายหรือเป็นหนี้เป็นสินล้นพ้นตัวย ย ในวันนี้ผมได้นำหลักปฏิบัติง่ายๆ ในการใช้จ่ายเงินในยุคนี้มาแนะนำครับ
1.วางแผนการใช้เงินในแต่ละวัน วิธีการดังกล่าวจะสามารถทำให้เราใช้เงินได้อย่างมีเป้าหมาย และในที่สุดเราก็จะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ออกไปอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ข้อนี้รวมไปถึงการจดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ที่พวกเราถูกสอนให้ทำกันมานานแต่หลายคนอาจจะละเลย ตลอดจนการนำบัญชีรายรับ-รายจ่ายของตนเองในแต่ละวันมาพิจารณาย ซึ่งจะช่วยให้เราทราบพฤติกรรมการใช้จ่ายในแต่ละวันย รวมถึงเป็นประโยชน์สำหรับการปรับแผนให้มีความเหมาะสมกับรายรับของตนเองด้วยครับ
2.มองหาความสุขให้ชีวิตโดยไม่ต้องใช้เงินเป็นสื่อในการแลกเปลี่ยน เช่นการใช้เวลาว่างในวันหยุด การไปเดินเล่นตามสวนสาธารณะกับครอบครัว การอ่านหนังสือและการออกกำลังกาย เป็นต้นย ย ซึ่งวิธีการดังกล่าวคือการใช้เวลาว่างที่ดี มีประโยชน์ ต้นทุนไม่สูง และยังช่วยทำให้ร่างกายและจิตใจของเราแจ่มใสอีกด้วยครับ
3.ฝึกตนเองให้มีนิสัยคิดหา ทางเลือกอื่น ไว้เสมอๆ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงาน ให้คิดว่าถ้าออกจากบ้านเช้ากว่าเดิม รถไม่ติด ประหยัดน้ำมันมากขึ้นหรือไม่ หรือถ้าจะซื้อของ ให้คิดว่าจำเป็นต้องซื้อหรือไม่ ของที่มีอยู่แล้วใช้แทนหรือใช้ไปก่อนได้หรือไม่ เหล่านี้เป็นการแสวงหาทางเลือกเพื่อลดต้นทุนในชีวิตของตนเองนั่นเองครับ
สุดท้าย ผมขอฝากไว้ว่าย ไม่ว่าจะเป็นหลักการอะไรก็ตาม ทุกอย่างจะกลับมาสู่เรื่องสำคัญที่สุดสองสิ่ง ได้แก่ วินัย ที่ต้องใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น และ จิตใจ ที่จะเป็นตัวกำหนดความสุขให้กับเรา ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้เงินทองเสมอไปครับ
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
