นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายพรศักดิ์ บุณโยดม ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เกี่ยวกับการนำที่ดินตามแนวรถไฟฟ้ามาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย ว่า คงดำเนินการได้ยาก เนื่องจาก รฟม.มีปัญหาติดขัดด้านกฎหมายที่ไม่สามารถนำที่ดินที่ได้มีการเวนคืนมาจากประชาชนมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ได้ นอกเหนือจากการพัฒนาเพื่อสาธารณะ เช่น สวนสาธารณะต่างๆ เป็นต้น หากจะดำเนินการในเชิงพาณิชย์ต้องแก้กฎหมาย ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอนว่ารัฐบาลจะจัดให้ รฟม.อยู่ในรัฐวิสาหกิจประเภทใด จากเดิมที่ รฟม.ต้องหารายได้หรือทำกำไรได้ แต่ของใหม่ล่าสุดรัฐบาลอยากให้ รฟม.เป็นหน่วยงานที่บริการสังคม ซึ่งหากเป็นอย่างหลังก็ไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายนายประภัสร์กล่าวว่า แนวคิดที่ กคช.เสนอเป็นแนวคิดที่ดี เพราะจะทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสอยู่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าสะดวกต่อการเดินทางและลดค่าใช้จ่าย แต่ติดขัดประเด็นทางกฎหมายดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทางออกเรื่องนี้คือ รฟม.จะนำแผนพัฒนาเส้นทางรถไฟฟ้าใหม่ๆ ให้ กคช.เพื่อเห็นแนวเส้นทางรถไฟ้ฟ้าและซื้อที่ดินใกล้แนวรัศมีไม่เกิน 1-2 กิโลเมตร มาพัฒนาที่อยู่อาศัย ซึ่ง รฟม.จะช่วยดูเรื่องราคา และจะหารือกับทางภาครัฐหรือกระทรวงคมนาคมให้จัดระบบสาธารณูปโภคหรือระบบขนส่งสาธารณะไว้บริการประชาชนมายังสถานีรถไฟฟ้า หรือเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เพื่อนำที่ดินว่างเปล่าริมทางรถไฟมาพัฒนาได้โดยไม่ติดขัดกฎหมาย แถมราคาที่ดินถูก พื้นที่ที่พอจะพัฒนาได้คงจะอยู่ในเมืองรอบนอกลักษณะคล้ายกับแซตเทิ่ลไลท์ทาวน์ ของ ร.ฟ.ท.
นายพรศักดิ์กล่าวว่า อาจตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมา 1 ชุด เพื่อดูแลเรื่องดังกล่าว ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปลัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมธนารักษ์ สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม
หน้า 6
ข้อมูลจาก มติชน
