ทรูวิชั่นส์ รุกหนักตลาดคอนเทนต์กีฬา ระดมซื้อเอ็กคูลซีฟแมทช์การแข่งขันใหญ่ลงจอ ทั้งฟุตบอล เทนนิส กอล์ฟ และมวย พร้อมปรับแพ็คเกจเอาใจลูกค้าเก่า-ใหม่ มุ่งสู่เป้าหมายลูกค้า 1.3 ล้านครัวเรือนภายในสิ้นปี ปีหน้ายืนยันได้เห็นรายการเรียลลิตี้ใหม่อีก 2-3 โปรแกรม ขณะที่เอเอฟ 4 ปีนี้ ฟันธงรายได้โหวตโตหลายเท่าตัวจากผลของมติคณะรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะอนุญาตให้เคเบิลทีวีสามารถมีโฆษณาได้ และเคเบิลท้องถิ่นกว่า 500 ราย รวมทั้งสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สามารถขอใบอนุญาตได้ตามกฎหมาย ส่งผลให้อนาคตการแข่งขันในธุรกิจเคเบิลทีวีและสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมีการแข่งขันกันอย่างเสรีมากขึ้น ซึ่งสอดรับกับการปรับตัวของบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการเคเบิลทีวี ทรู วิชั่นส์ ที่มีการปรับตัวในแง่ของคอนเทนต์ และแพ็คเกจสำหรับสมาชิกค่อนข้างมาก
นายองอาจ ประภากกมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายคอมเมอร์เชียล บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การที่บริษัทมีการปรับเปลี่ยนชื่อ ผังรายการ และการเพิ่มคอนเทนต์ รวมทั้งการปรับแพ็คเกจต่างๆ นั้น เป็นแผนงานของบริษัทที่วางไว้แล้วของปีนี้ เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการได้ตรงตามเป้าหมาย ที่จะขยายฐานลูกค้าให้ได้ 1.3 ล้านครัวเรือนภายในสิ้นปี จากปัจจุบันที่มีฐานลูกค้าอยู่ประมาณ 7 แสนครัวเรือน และหากรวมฐานลูกค้าในโครงการคอนโดมิเนียมต่างๆ จะมีฐานลูกค้าแล้วประมาณ 1 ล้านครัวเรือน
ล่าสุด บริษัทยังได้ปรับเปลี่ยนชื่อช่องกีฬาใหม่จากซูเปอร์ สปอร์ต เป็นทรู สปอร์ต และเพิ่มจาก 6 ช่อง เป็น 9 ช่อง โดยเพิ่มช่องทรูสปอร์ต 5 ซึ่งเป็นช่องพรีเมียร์ลีกโดยเฉพาะ 1 ช่อง โดยสมาชิกแพลตินัมและโกลด์แพ็กเกจ จะสามารถรับชมได้ฟรี ขณะที่สมาชิก ซิลเวอร์แพ็คเกจ ทรูโนว์เลดจ์ และทรูไลฟ์ พรีวิว หากต้องการรับชมจะต้องเสียเงินเพิ่ม 399 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ ช่องทรู สปอร์ต 5 ยังจัดการขายผ่านระบบโทรศัพท์มือถือทรูมูฟแบบรายวัน โดยคิดอัตราค่าบริการ 69 บาทต่อวัน ในช่วงโปรโมชั่น จากราคาเต็ม 89 บาทต่อวัน ซึ่งคาดว่าการปรับเพิ่มบริการในครั้งนี้ จะสามารถเพิ่มสมาชิกใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนราย จนจบฤดูกาลแข่งขัน เริ่มตั้งแต่เดือน สิงหาคม 2550 - พฤษภาคม 2551
ด้านนายอรรถพล ณ บางช้าง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายรายการ บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ปรับนโยบายด้านอคนเทนต์ จากเดิมที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการซื้อรายการแบบเอ็กคลูซีฟมากนัก มาเป็นการให้ความสำคัญมากขึ้น โดยเน้นรายการที่เป็นคีคอนเทนต์กีฬาโลกทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น ฟุตบอล กอล์ฟ พีจีเอทัวร์ เทนนิสยูเอสโอเพ่น เทนนิสเฟรนซ์โอเพ่น บาเซโรน่าทีวี ฟุตบอลสเปน คลับแชนนอล รวมทั้งรายการแข่งขันมวยนัดสำคัญๆ ทั้งหลาย โดยสัดส่วยของรายการกีฬาปัจจุบันของทรู วิชั่นส์ ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 10% ของรายการทั้งหมด
ส่วนรายการบันเทิงประเภทเรียลลิตี้ บริษัทมีแผนที่จะเพิ่มคอนเทนต์รายการเรียลลิตี้ใหม่ๆ อีก 2-3 รายการในปีหน้า ขณะที่รายการเรียลลิตี้โชว์ ทรู อะคาเดมี่ แฟนเทเชีย ปี 4 หรือ เอเอฟ 4 กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง โดยตั้งแต่เปิดซีซันการแข่งขันมา ขณะนี้ยอดโหวตมากกว่าปีที่มาหลายเท่าตัว รวมทั้งปริมาณคนเข้าชมคอนเสิร์ต มีคนเข้าดูเต็มฮอล์ลทุกสัปดาห์ โดยในแง่ตัวเลขที่ชัดเจนนั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนจนกว่าจะจบการแข่งขัน
การที่ทรู เอเอฟ 4 ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น เป็นเพราะรายการนี้จะมีเพียงปีละครั้ง ประกอบกับช่วงที่ผ่านมา งานดนตรีของไทยประสบปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ค่อนข้างมาก ค่ายเพลงต่างๆ จึงลดปริมาณศิลปินในค่ายลง รวมทั้งการที่บริษัทพยายามสร้างสีสันและสร้างกระแสให้กับรายการมีความสนุกอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้รายการได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น โดยฐานผู้ชมส่วนใหญ่เป็นฐานครอบครัว
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
