นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบรางวัลทีมเทคนิคและอาชีวศึกษาเพื่อการประหยัดพลังงาน ว่า ขณะนี้พยายามวางรากฐานระยะยาวด้วยการกำหนดทิศทางทั้งราคาและประเภทพลังงาน เพื่อให้ประชาชนและผู้ลงทุนผลิตรถยนต์ ผู้ประกอบการกิจการพลังงานมีความเตรียมพร้อม โดยในส่วนของกลุ่มเบนซินนั้น จะมีหลากหลาย จะไม่ยกเลิกการขายประเภทใดประเภทหนึ่ง ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหา เพราะในปัจจุบันประเทศไทยมีปั๊มน้ำมันนับหมื่นแห่ง ปั๊มใดจะเลือกจำหน่ายประเภทใด ก็แล้วแต่การแข่งขัน โดยขณะนี้ กระทรวงพลังงานกำลังหารือว่า จะออกมาตรการเบนซินออกเทน 97 เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับรถยนต์ที่ต้องการออกเทนสูง เช่น เฟอร์รารี่ เป็นต้นขณะเดียวกัน ในอีก 5-7 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีน้ำมันแก๊สโซฮอล์ อี 85 (ผสมเอทานอล 85% ) ซึ่งจะทำให้เกิดการใช้เอทานอลมากขึ้น โดยจะใช้รูปแบบเดียวกับการใช้ภาษีในการส่งเสริมรถยนต์ อี 20
อย่างไรก็ตามคาดว่าปีหน้า การใช้เบนซินคงลดลงมาก โดยขณะนี้ เบนซิน 95 ยอดขายลดลงจาก 8 ล้านลิตร/วัน เหลือ 2.5 ล้านลิตร/วัน ส่วนแก๊สโซฮอล์ 95 เพิ่มขึ้นมากเป็น 4.7 ล้านลิตร/วัน และแก๊สโซฮอล์ 91 เพิ่มมาเป็น 0.6 ล้านลิตร/วัน และจากแผนรณรงค์ให้จักรยานยนต์มั่นใจใช้แก๊สโซฮอล์ เชื่อมั่นว่าจะทำให้การใช้เบนซินลดลงมากยิ่งขึ้นในปีหน้า ส่วนน้ำมันอี 20 ที่จะเริ่มขายในปี 50 คาดว่ายอดขายยังคงไม่มากนัก เพราะยังรอรถยนต์ อี 20 แต่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นในปี 52
ส่วนกรณี บมจ.ปตท.เสนอการปรับราคาค่าผ่านท่อก๊าซอีก 3 บาท/ล้านบีทียู จากปัจจุบันอยู่ที่ 19.40 บาท/ล้านบีทียู ว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป ซึ่งราคาใหม่จะเป็นอย่างไรนั้น จะต้องไปพิจารณาทั้งระบบควบคู่กันไป ทั้งปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือเอ็นจีวี โครงสร้างราคาก๊าซในภาคอุตสาหกรรม และราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) เพื่อไม่ให้ราคาต่างกันมาก จนทำให้ผู้บริโภคไม่ติดตั้งเอ็นจีวี
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
