พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมโครงการรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ว่า พอใจกับผลการก่อสร้างโครงการ เพราะมีความคืบหน้าไปมาก แต่ไม่เห็นด้วยกับการต่อสัญญาโดยไม่ให้ผู้รับเหมาก่อสร้างเสียค่าปรับ เนื่องจากเห็นว่าโครงการเสร็จไม่ทันตามกำหนดเกิดจากความผิดของผู้รับเหมานายนคร จันทรศร รองผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะผู้อำนวยการโครงการก่อสร้างแอร์พอร์ต ลิงก์ กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้ร.ฟ.ท.จะนำเสนอเรื่องการขยายเวลาโครงการแอร์พอร์ต ลิงก์ ให้คณะกรรมการร.ฟ.ท. ก่อนจะนำเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และนำเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยร.ฟ.ท.เตรียมจะเสนอทางเลือกให้พิจารณาคือ ให้มีการขยายเวลาในการก่อสร้างออกไปเพื่อให้โครงการดังกล่าวแล้วเสร็จให้เร็วที่สุดโดยเมื่อครบสัญญาในวันที่ 7 ส.ค.50 เราต้องจ่ายหนี้ค่าก่อสร้างให้กับเอกชนไป 18,000 ล้านบาท หมายความว่าเราต้องหาเงินมาใช้หนี้จำนวนดังกล่าว แต่งบประมาณทั้งหมดที่ใช้ในการก่อสร้างในโครงการทั้งหมด 26,000 ล้านบาท ดังนั้นเราต้องหาเงินมาอีก 8,000 ล้านบาท มาใช้ก่อสร้างต่อ หรือให้มีการชำระดอกเบี้ยประมาณ 1,000 ล้านบาทก่อนและยืดสัญญาเดิมออกไป ซึ่งวิธีนี้จะต้องมีการหารือกันทั้ง 3 ฝ่าย ทั้งสถาบันการเงิน รัฐบาล และบริษัทผู้รับจ้าง ว่ามีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง
ส่วนกรณีที่กรรมาธิการคมนาคม สนช.แสดงความเห็นว่าร.ฟ.ท.ควรสรรหาผู้รับเหมารายใหม่แทนกลุ่มบริษัทเดิมนั้น นายนครกล่าวว่า ทางร.ฟ.ท.ในฐานะที่เป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะจะต้องใช้เวลาในการสรรหาและตกลงกันค่อนข้างยาวนาน โดยนอกจากจะทำให้โครงการล่าช้าไปกว่าเดิมแล้วค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างต่างๆ จะเพิ่มมากขึ้น เพราะหากใช้ผู้รับเหมารายใหม่จะต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าดำเนินการเพิ่มขึ้นมาอีก ซึ่งจะมากกว่า 8,000 ล้านบาท และเป็นไปได้ยากที่จะมีผู้รับจ้างสนใจเข้ามาดำเนินการต่อในโครงการที่ค้างจากผู้รับจ้างรายอื่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการขยายเวลาโครงการก่อสร้างแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมาได้เห็นชอบให้กำหนดระยะเวลาขยายเวลาการก่อสร้างเป็น 370 วันโดยเริ่มจากวันที่ 5 พ.ย.50
หน้า 9
ข้อมูลจาก ข่าวสด
