หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวตรัง โชว์ ฟิต ปรับกลยุทธ์ท่องเที่ยวเมืองตรัง ชู ถ้ำมรกตเป็นจุดขายนักท่องเที่ยวมาเลเซีย เร่งประสานธุรกิจตั้งสมาพันธ์ให้ความรู้สมาชิกปลุกท่องเที่ยวให้คึกคัก มั่นใจปลายปีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 10%นายกฤษฎา รัตนพฤกษ์ หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เปิดเผย ฐานเศรษฐกิจ
ว่า ดูจากสถานที่ท่องเที่ยว ทั้งทะเล ชายหาด เกาะ บนบก ธรรมชาติที่สวยงาม อุดมสมบูรณ์ ประเพณีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และโบราณสถาน ตรังมีศักยภาพที่ดีมากไม่แพ้จังหวัดต่าง ๆที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวเลย เส้นทางการคมมาคมครบ ทว่ามาดูสถิติของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเที่ยวตรังเพียง 10 % เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นนักท่องเที่ยวไทย สิ่งสำคัญก็คือจะต้องดึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาให้มากกว่านี้
สำหรับจุดขายการท่องเที่ยวทางทะเลของตรัง คือถ้ำมรกต ทางสำนักงานท่องเที่ยวจำเป็นที่จะต้องเร่งทำการประชาสัมพันธ์ให้ฝรั่งและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้รู้จักให้มากที่สุด เหมือนที่เวลาหลายคนพูดถึงภูเก็ตจะต้องคิดถึงป่าตอง กระบี่คือเกาะพีพี พังงาคือ เขาหลัก และจังหวัดตรังคือถ้ำมรกต ต่อไปจะทำการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวจะต้องชู ถ้ำมรกตทุก ๆ ครั้งไป เรื่องของการทำเวฟไซด์นั้นผู้ประกอบการจะต้องรวมตัวกัน ทาง ททท.จะให้คำแนะนำในการทำได้ จะต้องจ้างบริษัทที่มีความชำนาญ ในการสร้างเวฟไซด์ ที่คลิกเข้าไปฝรั่งดูข้อมูลได้รวดเร็วและหลากหลาย
ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ผมจะนำนักท่องเที่ยวจากเกาะปีนังมาท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เพราะมีความพร้อม ทั้งเรื่องของที่พัก อาหาร แหล่งท่องเที่ยวและความปลอดภัย โดยมานอนตรังประมาณ 2 คืน แผนงานต่อไปคือการให้ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวจังหวัดตรังไปรู้จักกับผู้ประกอบการ เกาะปีนังมาเลเซีย เพื่อจะได้มีสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกันในการทำธุรกิจท่องเที่ยว อันนี้ตนเองจะเป็นผู้เชื่อมประสาน เพราะเคยเป็นผู้ช่วยสำนักงาน ททท.ประจำมาเลเซียมาก่อน จึงมีความคุ้นเคยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวมาเลเซียเป็นอย่างดี ในปีงบประมาณปี51 จะให้มีการโรดโชว์ไปที่มาเลเซียและต่างประเทศ ปีนี้ทำงานในเมืองไทยก่อน
ส่วนสิ่งที่เร่งด่วนที่สุดในการยกเครื่องอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของตรังคือการทำการตลาด ขณะนี้ทัวร์ของตรังขายได้เฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยถึง 90 % ขายได้เพียงระยะเวลาสั้น ต้องทำตลาดในต่างประเทศ เริ่มจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีกำลังซื้อคือ มาเลเซีย หลังจากนั้นจะเจาะไปที่ตลาดยุโรป ซึ่งทุกกลุ่มจะต้องทำเวฟไซด์ เพื่อขายห้องพัก บริการบนเวฟไซด์ จะสะดวก ประหยัดที่สุด นอกจากนั้นจะต้องโรด์โชว์ในต่างประเทศ
ผู้ประกอบการในตรัง บางคน บางกลุ่ม ที่มีความไม่เข้าใจกันในการประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผมเองก็จะประสานเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันในการให้คำแนะนำช่วยเหลือจากภาครัฐ ตรังน่าจะตั้งสมาพันธ์ โดยมีผู้เสียสละสักชุดหนึ่ง เพื่อเป็นพี่เลี้ยง ให้สมาคม ชมรม ต่าง ๆ เพื่อการท่องเที่ยวได้วางไว้เป็นจุดศูนย์รวมการประชุมและพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวในตรังร่วมกัน ไม่เช่นนั้นจะไม่เกิดความสามัคคี แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทุกคนต้องเสียสละเพื่อส่วนรวมถึงจะทำงานส่วนรวมได้
สำหรับปัญหาในเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ โดยการสร้างเวฟไซด์ตรังขึ้นมาเป็นภาษาอังกฤษ ให้ใส่ข้อมูลให้มากที่สุดเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง ทั้งโรงแรม รีสอร์ท ค่าบริการต่าง ๆ เส้นทางการเดินทาง ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรม ภูมิอากาศตลอดทั้งปี และจะต้องเชิญชวนสื่อมวลชนและนักเขียนชาวต่างชาติมาเขียนเรื่องราวจังหวัดตรัง เพื่อตีพิมพ์ในไกด์บุค นอกจากนั้นจะต้องแจ้งให้หน่วยงานของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยที่มีสำนักงานในต่างประเทศทราบ ๆ แนะนำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวจังหวัดตรัง
เราเพิ่งพบจุดบอดก็คือ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวตรัง ไม่มีการทำเวฟไซด์ เพื่อทำ อีมาร์เก็ตติ้ง ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ฝรั่ง กลุ่มยุโรปไม่รู้จักจังหวัดตรัง เพราะฝรั่งยุโรปจะมาเที่ยวเมืองไทยหรือที่ใดในโลกจะเช็คข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตทั้งหมด หากเราไม่มีข้อจังหวัดตรังและแหล่งท่องเที่ยวให้ฝรั่งและนักท่องเที่ยวดู ซึ่งต้องสร้างเป็นภาษาอังกฤษ เขาก็ไม่ทราบเลยไม่มาเที่ยวจังหวัดตรังอย่างเช่นทุกวันนี้
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
