เกมการแข่งขันของธุรกิจเคเบิลทีวีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่ค่อนข้างได้เปรียบของเอกชนเพียงรายเดียว คือ ยูบีซี เดิม หรือ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี เนื่องจากมีความพร้อมทั้งเครือข่าย ที่สามารถให้บริการได้ทั้งแบบผ่านสายไฟเบอร์ออฟติค และผ่านจานรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งต่างจากเคเบิลทีวีท้องถิ่น ซึ่งตามกฎหมายแล้ว อนุญาตเพียงแค่การลากสายเคเบิล เพื่อให้บริการแก่ลูกค้า จึงทำให้รัศมีการให้บริการของเคเบิลท้องถิ่น ไม่กว้างและครอบคลุมเท่ากับ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี ของบริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน)ซึ่งสามารถกินตลาดได้ทั้งในและต่างจังหวัดอย่างกว้างขวางแต่หลังจากรัฐ มีการพูดคุยกันถึงร่างพระราชบัญญัติประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมายเก่าทั้งหมด โดยร่างกฎหมายฉบับนี้ มีข้อกำหนดสำหรับการประกอบกิจการกระจายเสียง 2 ประเภท คือ กิจการที่ใช้คลื่นความถี่ เช่น วิทยุโทรทัศน์ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม และกิจการที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ เช่น สื่อตามสาย และเคเบิลทีวี ซึ่งจะมีการออกใบอนุญาตเป็น 3 ประเภท คือ 1.ใบอนุญาตในการประกอบกิจการสาธารณะตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวกับความรู้ ความมั่นคงให้กับองค์กรของรัฐ หน่วยงานราชการ สมาคม และมูลนิธิไม่แสวงหาผลกำไร 2.ใบอนุญาตให้กับการประกอบกิจการชุมชนโดยให้กับผู้ประกอบประโยชน์ให้กับท้องถิ่น เช่น สมาคมที่ไม่แสวงหาผลกำไร หรือกลุ่มคนในท้องถิ่น 3.ใบอนุญาตในกิจการที่เกี่ยวกับธุรกิจ ซึ่งในประเภท และระดับพื้นที่ให้บริการไม่เกิน 3 จังหวัด
ประเด็นสำคัญที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือ เรื่องของกฎหมาย ที่หากผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะทำให้สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เช่น เอเอสทีวี เคเบิลทีวี และวิทยุชุมชน สามารถขอใบอนุญาตได้ตามกฎหมาย ซึ่งนั่นหมายความว่า ในธุรกิจเคเบิลทีวี จะมีผู้ดำเนินการแบบถูกกฎหมายเพิ่มขึ้น จากเดิมที่ทำกันแบบถูกกฎหมายบ้างไม่ถูกกฎหมายบ้าง และคราวนี้แหละ ที่จะทำให้ตลาดการแข่งขันเข้มข้นมากขึ้น หากรายเล็กๆ อย่างเคเบิลท้องถิ่นทั้งหลาย สามารถจับมือกันได้ รายใหญ่ซึ่งมีอยู่รายได้เดียวก็คงต้องคิดหนัก ซึ่งขณะนี้ แนวทางได้ดำเนินไปในทิศทางที่ว่าแล้ว คือ เคเบิลท้องถิ่นทั้งหลาย เริ่มมีการผนึกกำลังกันแล้ว
ข้อเสียเปรียบเคเบิลท้องถิ่น
ปัญหาใหญ่ของเคเบิลท้องถิ่นในช่วงที่ผ่านมา คือ เรื่องของการได้รับรองจากกฎหมาย เพราะตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา การทำธุรกิจเคเบิลทีวีไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากไม่มีใบอนุญาต ดังนั้นเมื่อ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ผ่าน ครม.ออกมาแล้ว อนาคตผู้ประกอบกิจการเคเบิลทีวีที่ไม่ถูกกฎหมายกว่า 500 ราย จากจำนวนผู้ให้บริการเคเบิลท้องถิ่นทั้งหมดกว่า 600 ราย จะสามารถขอใบอนุญาตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหากมีผู้ประกอบการใดที่ไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง ก็จะเข้ามาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายทันที
สรุปว่า ทันทีที่ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ หลุดอกมาเป็นกฎหมาย เคเบิลท้องถิ่นทั้งหลายกว่า 600 ราย ก็สามารถดำเนินธุรกิจได้แบบภาคภูมิ เพียงแต่ว่าเมื่อปัญหากฎหมายหมดไป ปัญหาอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้เคเบิลท้องถิ่น ไม่สามารถแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี ได้อย่างเต็มที่ คือเรื่องของระบบการให้บริการดังที่บอกไปข้างต้น
ตามกฎหมายเดิม เคเบิลท้องถิ่น สามารถให้บริการได้เพียงการให้บริการผ่านสายเคเบิล หรือสายไฟเบอร์ออฟติค ซึ่งรัศมีของการลากสายไปสู่บ้านของผู้บริโภค มีไม่เกินรัศมีในเมืองเท่านั้น ดังนั้น การที่จะแข่งขันกับเจ้าตลาด จึงเป็นเรื่องยาก เพราะเจ้าตลาดอย่าง ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี สามารถให้บริการได้ทั้งจากทางสาย และทางจานรับสัญญาณดาวเทียม ซึ่งมีรัศมีกว้าง ทำให้ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี สามารถให้บริการได้ครอบคลุมทั่วประเทศ
ผนึกกำลังลดข้อด้อย
แม้ปัญหาที่มีอยู่จะยังคาราคาซัง ร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ยังไม่ได้ออกมาใช้อย่างเป็นทางการ แต่หลายๆ ข้อกำหนดใหม่ ที่ได้เห็นแล้วใน ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ ก็สามารถกระตุ้นและผลักดันให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวี มองเห็นชอบทางในการดำเนินธุรกิจอย่างมีพลังมากขึ้น โดยโปรแกรมรายการ ที่เคยเป็นหนึ่งในข้อด้อย เพราะ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี ใช้มาตรการเซ็นสัญญาแบบเอ็กคลูซีฟ กับหลายๆ รายการ ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ อย่าง HBO หรือ รายการกีฬา ซึ่งขณะนี้ถือเป็นจุดขายที่สำคัญ ทางผู้ให้บริการเคเบิลทีวีท้องถิ่น ก็แก้ลำด้วยความหลากหลายของรายการ พร้อมทั้งเพิ่มสีสันด้วยการผลิตรายการเอง เป็นรายการสำหรับท้องถิ่นนั้นๆ
ล่าสุด ได้เกิดการจับมือกันในหมู่ผู้ให้บริการเคเบิลท้องถิ่น จัดช่องรายการใหม่ ให้ช่องรายการเหมือนๆ กัน มาอยู่ในช่องเดียวกัน เพื่อสะดวกกับทั้งลูกค้า และสะดวกกับการสำรวจเรตติ้งรายการ ซึ่งจะทำให้ทั้งผูให้บริการเองทราบว่า รายการไหนได้รับความนิยม รายการประเภทไหนอยู่ในกระแส ซึ่งจะเป็นผลดีกับการเลือกหารายการดีๆ มาสนองตอบต่อความต้องการของผู้บริโภค
นอกจากนี้ หาก พ.ร.บ.ใหม่สัมฤทธิ์ผล โอกาสที่เคเบิลทีวีจะสามารถมีโฆษณาได้ ก็จะสะดวกกับเจ้าของสินค้า ที่ต้องการลงโฆษณา สามารถดูเรตติ้งได้ว่า รายการไหนได้รับความสนใจ และรายการประเภทไหนมีกลุ่มเป้าหมายเช่นไร เรียกว่าเป็นการเตรียมพร้องที่ดี สำหรับผู้ประกอบการธุริกจเคเบิลทีวีในอนาคต
ข้อดี และข้อด้อยเริ่มส่งผล
สำหรับผู้ประกอบการรายใหญ่ อย่าง ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี ของ บมจ.ทรู วิชั่นส์ ซึ่งที่ผ่านมา ให้ความสำคัญมากกับการ Convergence ธุรกิจในเครือ เพื่อสร้างให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางธุรกิจ ส่งผลให้เกิด แพ็คเกจมากมายจากการ Convergence อาทิ แพ็คเกจ 300 บาท หรือ ทรู ไลฟ์ ฟรีวิว ซึ่งผู้สมัครสมาชิก จะต้องเสียค่าสมัคร 2,000 บาท ค่าติดตั้งจานรับสัญญาณ 500 บาท และใช้ทรูมูฟ ได้เดือนละ 300 บาท โดยลูกค้าสามารถเลือกแพ็คเกจการชมได้ทั้ง พรีเมี่ยม โกลด์ ซิลเวอร์ และแพลทตินัม
ผู้ประกอบการธุรกิจเคเบิลท้องถิ่นรายหนึ่ง แสดงความคิดเห็นว่า แพ็คเกจนี้ถือเป็นคู่แข่งโดยตรงกับค่าบริการของเคเบิลท้องถิ่น ที่เสียค่าบริการรายเดือน 350 บาท แต่เนื่องจากเคเบิลท้องถิ่น สร้างความต่างที่ จุดของการชม ที่สามารถชมกี่จุดก็ได้ในบ้าน ไม่เหมือนของคู่แข่งที่จ่ายแล้วดูได้เพียงจุดเดียวในบ้าน และไม่มีข้อบังคับใดๆ กับสมาชิก ในขณะที่ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี บังคับว่า ลูกค้าจะต้องใช้บริการนี้อย่างน้อย 1 ปี
เกษม อินทร์แก้ว นายกสมาคมเคเบิ้ลทีวีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แพ็คเกจที่ทรู วิชั่นส์ ทำ และดูเหมือนว่าผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ คือ การให้สมาชิกนะค่าบริการ 300 บาทกลับมาใช้เป็นค่าโทรรายเดือนของทรูมูฟได้ ซึ่งในส่วนนี้ส่งผลให้ลูกค้าเดิมของเคเบิลทีวี ย้ายไปใช้บริการของ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี บ้าง แต่ท้ายสุด ลูกค้าก็ย้ายกลับมา เพราะรายการที่ได้รับชมจากเคเบิลท้องถิ่นในราคาที่ใกล้เคียงกัน มีจำนวนช่องมากกว่าคือ 40 ช่องขึ้นไป หรือผู้ให้บริการบางราย สามารถให้บริการได้มากถึง 60 ช่อง และขณะนี้ เคเบิลท้องถิ่น ยังได้ร่วมมือกับ บริษัท อินไซท์อินโฟ ผู้ผลิตรายการช่องโทรทัศน์ดาวเทียมนิวส์ไลน์ ที่ย้ายการออกอากาศช่องข่าว News Line จากจานดาวเทียมสามารถ ที่เป็นระบบเคยูแบนด์ มาสู่ระบบซี-แบนด์และให้สิทธิเผยแพร่ รายการแก่สมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวน ผู้ชม 2.5 ล้านครัวเรือน ขณะที่จาน ซี-แบนด์มีผู้รับชมเกือบ 1 ล้าน ครัวเรือน
ข้อด้อยที่เมื่อก่อนเป็นข้อเด่นของ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี อีกประการหนึ่งคือ รายการ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในหมู่สมาชิก ซึ่งหาอ่านได้ตามเวปบอร์ด ที่จะมีสมาชิกหลายรายเข้าไประบายอารมณ์ว่า เสียเงินแล้วได้ดูรายการไม่คุ้มกับที่จ่าย นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องสัญญาณล่ม ซึ่งถือเป็นการขัดอารมณ์อย่างมาก สำหรับผู้ชมที่ยอมเสียเงินค่าสมาชิก
อย่างไรก็ตาม ท้ายสุดแล้ว บอสใหญ่ของ ทรู วิชั่นส์ ยูบีซี ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ องอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายคอมเมอร์เชียล บริษัท ทรู วิชั่นส์ จำกัด (มหาชน) กำลังเตรียมพร้อมที่จะกำหนดกลยุทธ์การตลาดใหม่ เพื่อเกมการแข่งขันครั้งนี้ ซึ่งดูจะไม่ง่ายนัก แต่ด้วยความเป็นเจ้าตลาด ที่ครองส่วนแบ่งในตำแหน่งผู้นำมานาน คงยอมไม่ได้ ที่จะเสียฐานลูกค้าให้กับเคเบิลท้องถิ่นไปง่ายๆ
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
