ท่ามกลางกระแสการแข่งขันที่หนักหน่วงทั้งจากจีนและเวียดนามส่งผลให้สินค้าหลายๆอย่างในประเทศไทยจำเป็นต้องถอยทัพกลับมาปรับกลยุทธ์ทำศึกในต่างแดน เช่นเดียวกับสินค้าพื้นเมืองจากล้านนาของร้านระวิพรรณ ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งในแถบยุโรปและอเมริกา ภายใต้การดูแลของ แก้วก๊อ ณ เชียงใหม่ ทายาท เจ้าเยาวพรรณ ณ เชียงใหม่ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องการผลิตงานศิลปะบนผืนผ้า จนได้รับการยอมรับทั่วล้านนาเธอจบการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาอินเตอร์มิเดีย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นจึงเข้ามาสืบทอดธุรกิจของครอบครัวต่อจาก เจ้าเยาวพรรณ ซึ่งคุณแม่ของเธอเป็นผู้ติดปีกสินค้าล้านนาไปสู่สากลทั้งญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และอีกหลายๆชาติในยุโรป ทว่าเมื่อจีนและเวียดนามได้บุกเข้าสู่ตลาดด้วยกลยุทธ์ราคา ทำให้สินค้าเหล่านี้ไม่สามารถที่จะรักษาที่มั่นในต่างประเทศได้ยอดขายลดลงกว่า 50%
เราได้เข้ามาดูแลร้านระวิพรรณได้ประมาณ 3ปีกว่า รับผิดชอบด้านการออกแบบและผลิตภัณฑ์ในร้าน จากเดิมที่มีแค่ไม่มีกี่รายการก็พัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นการต่อยอดบนองค์ความรู้ที่มีสินค้าเราเป็นงานแฮนด์เมด ทำสีผ้าเอง โดยที่สีไม่ตก ด้วยขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถัน จากผ้าพื้นสีขาว ผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน เราก็จะนำมาออกแบบลวดลาย เขียนลงไปบนผืนผ้าด้วยขี้ผึ้งร้อน โดยเขียนเทียนแบบพิเศษเฉพาะซึ่งยากที่จะมีใครเลียนแบบได้จากนั้นจึงนำมาผ่านกระบวนการตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เสื้อผ้าสำเร็จรูปบุรุษ สตรี กระเป๋า ตุ๊กตา ปลอกหมอน ของตกแต่งบ้าน และของใช้ในครัว เพราะระวิพรรณก็มีชื่อเสียงมานานแล้ว
สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายปัจจุบันจะเน้นตลาดคนไทยเป็นหลัก ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าสินค้าจากจีน เวียดนาม สินค้าราคาถูกกกว่า เนื่องจากค่าแรงที่ต่ำ แต่จะให้ แก้วก๊อ ไปดำเนินธุรกิจแข่งกับคู่แข่งเหล่านี้ก็จะเห็นจะเป็นเรื่องที่ยากและคอนเซ็ปที่มุ่งเน้นผลิตสินค้าแฮนเมด
ยอมรับเลยว่าสินค้าจากร้านเราส่งออกจะราคาสูงกว่าคู่แข่งแน่นอนเพราะถือว่าเราขายงานศิลปะไม่ได้ขายของที่เป็น Mass ดังนั้นเราจะพอใจกับงานที่เราทำ ทำเล็กๆแต่มีคุณภาพมากกว่า เพราะฉะนั้นถ้ามีออร์เดอร์มากเกินไป ทำไม่ไหว ควบคุมไม่ได้เราก็จะไม่รับแต่ก็ยังมีลูกค้าจากทางยุโรปอยู่บ้างที่ยังเชื่อมั่นในฝีมือการทำงานของเรา
ในช่วง2 ปีที่ผ่านมานี้ ตลาดคนไทยจะอยู่ที่ประมาณ 65% ต่างประเทศ 35%ได้แก่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและอเมริกาอีกเล็กน้อย สินค้าที่ส่งไปประเทศญี่ปุ่นจะเป็นพวกกระเป๋า ตุ๊กตา ถ้าเป็นทางอเมริกา จะเป็นสินค้าที่จำพวกหมอน เครื่องครัว ถุงมือกันร้อน ผ้ากันเปื้อน ที่รองจาน ส่วนทางประเทศฝรั่งเศสจะเป็นพวกผ้าพันคอ ก็จะมีทั้งที่เราส่งออกเองโดยตรงและก็มีผู้ส่งออกมารับไปจำนวนหนึ่ง
นอกจากนี้ เรายังนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในงานออกแบบผ้า ทั้งเรื่องของโทนสี เมื่อก่อนถ้าลูกค้าสั่งสินค้าจะต้องส่งตัวอย่างเป็นชิ้นไปให้ลูกค้าดู แต่ตอนนี้ลูกค้าเลือกสีมาเลยในโปรแกรมสำเร็จรูปที่มีอยู่หรือติดต่อสื่อสารกันทางอินเตอร์เน็ต แม้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาท การผลิตงานทุกชิ้นจะเป็นงานที่ผลิตด้วยฝีมือคน เพราะจุดขายของเราจะอยู่ที่งานแฮนด์เมด การนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็เรื่องงานดีไซน์เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่นำมาใช้ในขั้นตอนการผลิต
ผลจากภาวะเศรษฐกิจขาลง สถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งตัว การส่งออกค่อนข้างจะยาก เรียกว่าสถานการณ์ไม่อำนวยสักเท่าไหร่ เธอจึงปรับกลยุทธ์การตลาดโดยหันมาทำตลาดลูกค้าท้องถิ่นและจังหวัดใกล้เคียงให้มากขึ้น ที่ผ่านมาลูกค้าจะชาวกรุงเทพฯ ประมาณ 80% และ ท้องถิ่น ประมาณ 20% แต่วันนี้เธอตั้งใจจะให้เป็น ลูกค้ากรุงเทพฯ 60% ท้องถิ่น 40%
เราได้ขยายธุรกิจมายัง ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ต ชั้น 2 นอร์ทเทิร์น วิลเลจ เพราะมองเห็นว่าทำเลนี้มีศักยภาพเหมาะที่จะวางรากฐานในการทำตลาดในอนาคตเนื่องจากที่นี่เป็นศูนย์รวมของคนรุ่นใหม่ในเมืองเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง โดยเราวางแผนการตลาดเจาะกลุ่มเป้าหมายกลุ่มหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนให้มากขึ้นโดยผลิตสินค้าที่ออกมาเป็นกิ๊ฟเซ็ท สำหรับเป็นของขวัญในเทศกาลต่างๆ โดยเฉพาะเทศกาลปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง อีกตลาดหนึ่งที่จะรุก คือตลาดกลุ่มประชุมสัมมนา เน้นสินค้าของพรีเมี่ยมสำหรับแขกผู้ใหญ่ ซึ่งออกแบบเฉพาะสำหรับองค์กรนั้นเพราะเชียงใหม่มีศักยภาพและความพร้อมในการจัดประชุมสัมมนาทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ
ในอนาคตร้านระวิพรรณ จะมีสินค้าใหม่ๆออกมา เช่น เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์สำนักงานที่เป็นเซ็ทของขวัญ แล้วก็จะมีเสื้อผ้าที่เป็นของนักศึกษา วัยทำงาน นอกจากนี้เธอยังตั้งใจที่จะให้โรงงานของเธอเป็นแหล่งท่องเที่ยวในด้านศิลปอีกแห่งหนึ่งของเชียงใหม่
ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวประมาณเดือนพฤศจิกายน จะทำคอนเทคกับบริษัททัวร์แล้ว นำลูกค้าทัวร์มาดูการสาธิตการเพ้นท์ผ้า เพราะเราต้องการให้ร้านระวิพรรณเป็นร้านชาวเชียงใหม่ที่สืบสานศิลปะแบบเชียงใหม่ เพื่อให้เป็นที่จักทั้งในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ ซึ่งนี่คือความภูมิใจของเรา นางสาวแก้วก๊อ กล่าวปิดท้าย
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
