นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง โฆษกคณะกรรมการและคณะกรรมการ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เผยผลการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ทอท.โดยระบุว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ทอท.วานนี้(19 เม.ย.) มีมติได้พิจารณาวาระแนวทางการบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์และการประกอบกิจการร้านค้าปลอดอากร ภายในอาคารผู้โดยสารท่าอากาศายานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูมิภาค หลังจากที่ได้ดำเนินการแจ้งต่อบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด และบริษัท คิงเพาเวอร์ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งบริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิจะยอมรับหรือร้องต่อฟ้องศาล ศาลจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่ก็ต้องรอผลก่อนอย่างไรก็ตาม อำนาจตัดสินว่าโมฆะหรือไม่เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ทอท. ไม่ใช่อำนาจของคณะรัฐมนตรี ขณะนี้ ทอท.รอหนังสือขอคำปรึกษาจากสำนักงานกฤษฎีกาเท่านั้น ไม่ได้รอว่าโมฆะหรือไม่ และเมื่อกระบวนการกลับคืนสู่ฐานะเดิมสัมฤทธิผลตามกฎหมายแล้วไม่มีสัญญาต่อกันแล้ว ทอท.จะดำเนินการดังต่อไปดังนี้
ด้านการบริหารกิจการเชิงพาณิชย์ ซึ่งได้แก่ร้านค้าย่อยขายปลีกในบริเวณท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานภูมิภาค จะให้ทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ ทอท. และเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ร้านค้าที่ได้ดำเนินกิจการและลงทุนตกแต่งร้านค้าไว้ก่อนแล้ว และไม่ได้ลุกล้ำทางเดินหรือกีดขวางทางออกฉุกเฉิน หรือเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย ย่อมจะได้รับการพิจารณาให้ดำเนินการต่อไปในลำดับต้นในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ภายใต้ระเบียบและกฎหมาย และเชื่อว่าการเช่าตรงกับ ทอท. ร้านค้าน่าจะพอใจ
ด้านการบริหารกิจการร้านค้าปลอดอากร ทอท.จะให้มีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดอากรในอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ 2-3 ราย โดยจะไม่ให้ฮั้วกัน ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการผูกขาดจากผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และจะให้ทำสัญญาเช่าโดยตรงกับ ทอท. ซึ่ง ทอท.ไม่ตัดสินบริษัท คิงเพาเวอร์ หากไม่ทำผิดกฎหมายอาญาร่วมกระทำความผิด
ส่วนร้านค้าปลีกเชิงพาณิชย์ และร้านค้าปลอดอากร จะต้องไม่กีดขวางทางออกฉุกเฉิน ทางเดินสู่ประตูฉุกเฉิน ไม่สร้างปัญหาด้านความปลอดภัย และรุกล้ำทางเดินกระทบความสะดวกสบายของผู้โดยสาร หรือก่อให้เกิดทัศนะอุจาด
นายเจิมศักดิ์ กล่าวว่า มติคณะกรรมการ ทอท.เน้นผล 5 ประการ คือ 1.ให้ความเป็นธรรม แก่ผู้ประกอบการจริงในท่าอากาศยานที่ได้ลงทุน และร่วมกิจการงานมาแล้ว 2.เพื่อให้ผู้โดยสารทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ได้รับความสะดวกสบาย รวดเร็ว โดยเน้นที่ทางเดิน ที่นั่งพัก ความปลอดภัย และภูมิทัศน์ที่ดีงาม 3.ให้ผู้โดยสาร สามารถซื้อสินค้าในราคาที่เป็นธรรม มีทางเลือกไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการผูกขาด 4.ประเทศไทยได้รับชื่อเสียงกล่าวขนานในทางที่เหมาะสม เพราะท่าอากาศยานเป็นประตูสุ่ประเทศไทย และ 5.ทอท.ได้รับรายได้อย่างเหมาะสม เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่รั่วไหล ไม่ถูกเบียดบัง เอาเปรียบ และให้ทุกร้านค้าเข้าระบบศูนย์ข้อมูล ให้สามารถคำนวณรายรับที่แท้จริงของร้านค้าได้ ซึ่งจะทำให้ประเทศได้ประโยชน์อย่างเต็มที่
นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์ กรรมการ ทอท.กล่าวว่า จากการตรวจสอบปัญหาของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 4 เดือนที่ผ่านมา ปัญหาหลายอย่างที่พบได้รับการแก้ไข แต่ยังมีหลายปัญหาที่ยังรอการแก้ไข ล่าสุดได้พบปัญหาว่าระบบแสงเลเซอร์สำหรับตรวจจับควันไฟ หรือ laser detector for smoke จำนวน 100 จุด ถูกบดบังด้วยกันสาดหรือการตกแต่งของร้านค้าภายในอาคารผู้โดยสาร ทำให้ระบบแสงเลเซอร์ดังกล่าว ไม่สามารถทำงานได้ปกติแล้ว ระบบนี้จะต้องทำงานควบคู่กับคน แต่ขณะนี้เหลือเพียงการใช้กำลังคนเฝ้าดูเท่านั้น ซึ่ง ทอท.ได้ขอความร่วมมือไปยังวิศวกรรมสถานในพระบรมราชูปถัมภ์แห่งประเทศไทย (ว.ส.ท.) แล้ว โดยเลขาธิการ ว.ส.ท.ได้แต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 คนเข้ามาร่วมกับคณะทำงานของนายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิแล้ว เพื่อดำเนินการตรวจสอบแก้ไข
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ทำการออกแบบร้านค้าในอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิขอให้กลับไปตรวจสอบว่าได้ออกแบบแล้วบดบังระบบแสงเลเซอร์ตรวจจับควันหรือไม่ หากบดบังต้องแก้ไข หากไม่ดำเนินการแล้วเกิดความเสียหายจะต้องถูกลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 227 ที่ผู้ออกบบควบคุมจะมีโทษจำคุก 10 ปี หรือหากเกิดเหตุร้ายแรงจำคุกตลอดชีวิต ส่วน ทอท.ผู้ตรวจรับและอนุญาตแบบไม่ผิดเพราะเพียงรับทราบการออกแบบเท่านั้น
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
