พาณิชย์ตรวจสอบต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค หากได้รับผลกระทบจริงยอมให้ปรับราคา แต่ต้องไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อนหนัก ด้านสหพัฒน์ยันยอมตรึงราคาไว้จนถึงสิ้นปี แจงมาม่าขายขาดทุน แย้มปีหน้าแชมพู สบู่ มีแววปรับขึ้นนายเกริกไกร จีระแพทย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า สั่งการให้กรมการค้าภายในตรวจสอบราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคที่เป็นสินค้าจำเป็นต่อค่าครองชีพจำนวน 588 รายการสินค้า ว่ามีสินค้าชนิดใดและประเภทใดบ้างที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยหากกระทบต่อต้นทุนผลิตสินค้าจริง กระทรวงพาณิชย์คงต้องปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการต้องปิดกิจการ แต่การปรับราคาสินค้าจะต้องไม่ทำให้ผู้บริโภคเดือดร้อนมากเกินไป
อยากขอร้องผู้ประกอบการ หากยังสามารถแบกรับภาระต้นทุนสูงต่อไปได้น่าจะรับภาระไปก่อน หากผู้บริโภคได้รับผลกระทบมากจนเกินไปคงต้องใช้ระบบกลไกตลาด นำโครงการธงฟ้าราคาประหยัดออกช่วยเหลือผู้บริโภคที่จะได้รับผลกระทบต่อค่าครองชีพสูงได้ นายเกริกไกร กล่าว
ด้านนายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมส่งหนังสือเชิญผู้ประกอบการและห้างสรรพสินค้ามาประชุมหารือในวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ถึงภาพรวมเศรษฐกิจและวิเคราะห์สถานการณ์ ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้มีความเหมาะสมที่จะปรับเพิ่มราคาสินค้าหรือไม่ โดยจะเน้นในกลุ่มสินค้าที่มีความจำเป็นต่อค่าครองชีพเป็นสำคัญ ซึ่งจะขอร้องผู้ประกอบการหากยังไม่กระทบต่อต้นทุนมากเกินไปน่าจะแบกรับภาระต้นทุนไปก่อน
ด้านนายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สหพัฒน์จะพยายามตรึงราคาสินค้าให้นานที่สุด โดยสิ้นปีนี้จะยังไม่มีสินค้าอุปโภคบริษัทในกลุ่มสหพัฒน์ปรับขึ้นราคาอย่างแน่นอน ยกเว้นในส่วนของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่าที่ประสบปัญหาขาดทุนจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อผู้บริโภค
ขณะที่นายบุญฤทธิ์ มหามนตรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า บริษัทจะพยายามตรึงราคาสินค้าให้ได้นานที่สุด แต่ในปีหน้าคาดว่าสินค้าประเภทแชมพู สบู่ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก มีความเป็นไปได้ที่จะต้องปรับราคาหากแนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดยังคงปรับตัวสูงขึ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
