แว่วเสียงสวดของพระสงฆ์ที่วัดคลองเตย กลายเป็นสิ่งที่บอกถึงการเปลี่ยนแปลงของมิติความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมา เพราะพิธีกรรมที่ประกอบขึ้นนั้น เป็นงานศพของเจ้าตูบตัวหนึ่ง ซึ่งกลุ่มนักธุรกิจหลายคนมองเห็นช่องทางธุรกิจ เหมือนเช่น นายอนุพันธ์ บุญชื่น เจ้าของสถาบัน ด็อกทูโฮม ผู้ผลิตและจำหน่ายโลงศพสุนัขซึ่งกำลังได้รับความสนใจจากลุ่มผู้บริโภค โดยเขา กล่าวกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ปัจจุบันความสัมพันธ์ของคนกับสุนัขใกล้ชิดกันมากขึ้น คนกับหมาเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน จนปัจจุบันพวกเขายินดีจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อซื้อของให้กับสุนัข โดยเฉพาะโลงศพ++แนวคิดธุรกิจเพื่อสุนัข
นายอนุพันธ์ บอกเล่าถึงที่มาการทำธุรกิจต่อว่า เดิมทีเขาเองทำหน้าที่เป็นอาจารย์สอนตัดขนสุนัขหลายสถาบัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้น สอนให้คิดและวางแผนจนมองเห็นช่องทางการตลาด โดยเมื่อ 3 ปีก่อน เขาจึงตัดสินใจเปิดสถาบันสอนหลักสูตรตัดขนสุนัขและสอนสปาสุนัข ซึ่งต้องมีการวิจัยและสร้างหลักสูตรที่เป็นระบบ จนทำให้กลุ่มเป้าหมายยอมรับในคุณภาพ
การที่ผมต้องออกมาเปิดสถาบันการสอนเอง ก็เพราะว่า ผมต้องการทำตามแนวคิดของตนเอง 100% ผมเชื่อในแนวคิดของผมและต้องการพิสูจน์ว่ามันเป็นไปได้จริงหรือไม่ ซึ่งหลังจากเริ่มเปิดตัวเมื่อปี 2547 การตอบรับของกลุ่มเป้าหมายก็ดีขึ้นเรื่อยๆ
โดยเมื่อปี 2549 สถาบันมีการเติบโตทางธุรกิจในอัตรา 40% โดยมีนักศึกษาที่เข้าเรียนในสถาบันเดือนละ 30 คนเป็นอย่างต่ำ โดยแต่ละคนที่เข้ามาฝึกอบรม ส่วนใหญ่ต้องการที่จะนำความรู้ไปสานต่อเป็นอาชีพ เพราะปัจจุบันธุรกิจที่เกี่ยวกับสุนัขเริ่มเปิดกว้างและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละคนมีค่าใช้จ่ายในการศึกษาคนละ 16,000 บาท
++มิติความสัมพันธ์ของคนกับเจ้าตูบ
ปัจจุบันรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างคนกับมนุษย์เปลี่ยนไปมาก ซึ่งหากย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน สุนัข คือเพื่อนผู้ภักดีคอยเฝ้าบ้าน ส่วนอาหารการกินยังถือว่าตามมีตามเกิด แต่หลังจากนั้น สุนัขก็เริ่มถูกดูแลเอาใจใส่มากขึ้น ทั้งเรื่องอาหาร การดูแลความสะอาด รวมถึงสุขภาพจิตของสุนัขด้วย
ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากกว่าก่อน จะเห็นว่าปัจจุบัน สถานที่สาธารณะหลายแห่งเริ่มเปิดให้นำสุนัขเข้าไปได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เป็นเรื่องต้องห้าม อย่างเช่นห้างสรรพสินค้า โรงแรม ฯลฯ ที่สำคัญคุณลองเข้าไปในสวนสาธารณะจะเห็นว่า มีคนจูงหมาวิ่งออกกำลังกายจำนวนมาก มันไม่ใช่การออกกำลังกายสำหรับคน แต่มันเป็นการออกกำลังกายของสุนัข
ปัจจุบัน ธุรกิจบริการหลายแห่งเริ่มเปิดรับสุนัขมากขึ้น อย่างเช่น โรงหนังบางแห่ง ก็ทำตลาดด้วยการให้คนพาหมาเข้าไปดูหนังเป็นเพื่อนได้ ส่วนโรงแรม ก็มีโรงแรมที่ให้บริการสุนัข ซึ่งเจ้าของสุนัขเองก็ยินดี แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการบริการมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว ทั้งนี้เพราะ คนกับหมา ไม่ใช่แค่เจ้านายลูกน้อง แต่มันคือหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว
เห็นชัดเจนมากคือกลุ่มลูกศิษย์ที่เข้าฝึกอบรมในสถาบันจำนวนมากกว่า 50% พวกเขาไม่ต้องการมีลูก แต่เลือกที่จะซื้อหมามาเลี้ยงแทนลูก รักเหมือนลูก ยินดีจ่าย ฯลฯ เพื่อดูแลในเม็ดเงินจำนวนมากต่อเดือน
++รุกธุรกิจหลังความตายของสุนัข
ล่าสุด สถาบันฯ ได้เปิดตัวไลน์ธุรกิจใหม่ซึ่งเริ่มเปิดตัวเมื่อไม่นานนัก แต่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มเป้าหมาย โดยมียอดขายสินค้าโลงศพเป็นจำนวนมากกว่า 10 โลงต่อเดือน แม้ว่า ช่องทางการสั่งซื้อและจัดจำหน่ายจะมีเพียงทางเว็บไซต์อย่างเดียว
แนวคิดเริ่มจาก ลูกค้าคนหนึ่งเขามาตัดขนสุนัข แต่สุนัขตกใจหลุดวิ่งออกไปนอกถนนแล้วถูกรถชน ผมและเจ้าของก็พาโรงพยาบาล พยาบาลก็ยื่นถุงดำให้ รู้สึกว่า สุนัขตัวนั้นเหมือนขยะชิ้นหนึ่ง ซึ่งหากมีใครขายโลงศพให้ตอนนั้น ผมเชื่อว่าทุกคนต้องซื้อ
ส่วนโลงศพสุนัขมีความคล้ายคลึงกับโลงมนุษย์ทุกประการ จะแตกต่างก็เพียงขนาดและสีสัน ซึ่งสามารถเพ้นท์ให้เป็นลายตามที่เขาของต้องการ โดยปัจจุบันมีโลงอยู่ 3 ขนาดให้เลือก คือ
ขนาดเล็กทำให้สุนัขพันธุ์ชิห์สุ ปอมเมอร์เรเนียน พุดเดิล ขนาดกลางเหมาะกับพันธุ์พุดเดิลไซด์ ทรอย ส่วนขนาดใหญ่เป็นของพันธุ์ลาบราดอร์รีทรีฟ เวอร์ ดัลเมเชี่ยน โลงศพที่มียอดสั่งจองมากที่สุดคือโลงขนาดเล็กเพราะ คนไทยนิยมเลี้ยงสุนัขพันธ์เล็กเป็นส่วนใหญ่
โดยในขณะนี้ กลุ่มคนที่สนใจใช้บริการสามารถสั่งซื้อโลงศพได้ทาง WWW.dog2home.comและหากต้องการประกอบพิธีทางศาสนา สถาบันก็จะแนะนำให้ไปที่วัดคลองเตยใน ซึ่งมีเมรุสำหรับประกอบพิธีทางศาสนาให้กับสุนัข ซึ่งขณะนี้ สถาบันกำลังหาพันธมิตรอย่างเช่น โรงพยาบาลสัตว์ เพื่อเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าอีกทางหนึ่ง แต่ทั้งนี้ ก่อนจะมีการรุกตลาดอย่างจริงจัง สถาบันต้องรอดูก่อนว่า วันนี้ มิติความสัมพันธ์ระหว่างคนกับหมาใกล้ชิดพอที่ คนจำนวนมากจะยอมเสียเงินเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาให้เจ้าตูบแล้วหรือยัง?
ข้อมูลจาก ฐานเศรษฐกิจ
