นายสุรชัย สุทธิธรรม นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับสมาชิกทั่วประเทศเกี่ยวกับภาวะราคาหมูว่า ที่ประชุมมีมติให้ปรับขึ้นราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มอีกก.ก.ละ 3 บาท ซึ่งจะทำให้ราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มขยับราคาจากก.ก.ละ 39 บาท เป็น 42 บาท เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 ต.ค. เป็นต้นไปพร้อมกันทั่วประเทศ คาดว่าการปรับราคาหมูเป็นครั้งนี้จะส่งผลให้ราคาจำหน่ายปลีกเนื้อหมูชำแหละปรับราคาขึ้นเฉลี่ย ก.ก.ละ 5 บาท คือปรับจาก 85 บาท เป็น 90 บาท ส่วนสาเหตุที่ทำให้ผู้ค้าต้องปรับขึ้นราคาหมูเป็นหน้าฟาร์มเนื่องจากต้นทุนการเลี้ยงหมูปรับสูงขึ้น ผู้เลี้ยงต้องแบกภาระขาดทุนต่อเนื่องมากกว่า 6 เดือนเต็ม จากปัญหาราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ปรับราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะข้าวโพด ปรับเพิ่มขึ้นจากก.ก.ละ 5 บาท เป็นก.ก.ละ 8 บาท ส่วนถั่วเหลืองปรับขึ้นจากก.ก.ละ 11 บาท เป็นก.ก.ละ 17 บาท ซึ่งเป็นผลจากประเทศต่างๆได้นำวัตถุดิบอาหารสัตว์ดังกล่าวมาผลิตเป็นพลังงานทดแทน รวมทั้งเกิดปัญหาโลกร้อน ทำให้ผลผลิตดังกล่าวขาดแคลนจนราคาพุ่งสูงขึ้นเรื่องนี้ไม่ต้องแจ้งกรมการค้าภายในก่อนปรับราคา สามารถปรับเพิ่มขึ้นได้เลย เพราะราคาหน้าฟาร์มและหน้าเขียงขณะนี้ยังไม่เกินเพดานที่กรมการค้าภายในกำหนด คือราคาหมูเป็นยังไม่เกินก.ก.ละ 52 บาท ส่วนเนื้อหมูยังไม่เกินก.ก.ละ 100 บาท หากจะมีการปรับราคาหมูเป็นและเนื้อหมูเกินกว่าเพดานดังกล่าวจึงจะต้องหารือกรมการค้าภายในก่อน แต่ราคาที่ปรับขึ้นใหม่นี้เราก็ยังขาดทุนอยู่ นายสุรชัยกล่าว
ด้านนายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลล์คอน สตีล อินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สมาคมเหล็กไทยเตรียมหารือกับกระทรวงพาณิชย์ขอขึ้นเพดานราคาขายเหล็กเส้นที่ระดับ 23 บาทต่อก.ก. จากปัจจุบันกระทรวงพาณิชย์กำหนดราคาขายปลีกที่ 21.50 บาทต่อก.ก. เพราะราคาขายเหล็กในตลาดโลกปรับขึ้นมาที่ระดับ 21-23 บาทต่อก.ก.แล้ว จากปี 49 ที่อยู่ในระดับ 16-17 บาทต่อก.ก. ทำให้ต้นทุนของผู้ประกอบการปรับขึ้น
นายสุขวัฒน์ ด่านเสริมสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีเอฟ ผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนจะปรับราคาสินค้าขึ้นภายในสิ้นปีนี้ สำหรับผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ ของเครือซีพี แม้ว่าภาวะต้นทุนวัตถุดิบที่นำมาผลิตสินค้าจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทไม่ต้องการผลักภาระให้กับผู้บริโภคในภาวะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง จากเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัวลง ดังนั้นบริษัทจึงจะหันไปลดต้นทุนในด้านอื่นๆ แทน ทั้งการประหยัดไฟฟ้า และลดต้นทุนค่าขนส่ง ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ซึ่งน่าจะช่วยลดต้นทุนการบริหารงานได้ในระดับหนึ่ง
นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า กล่าวว่า บริษัทยังไม่มีแผนจะปรับราคาสินค้าขึ้นในขณะนี้ หรือวันที่ 1 ธ.ค.นี้ ตามที่ข่าวออกมา แต่ยอมรับว่าจะต้องปรับราคาสินค้าขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งยังไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนได้ว่าเมื่อใด กำลังอยู่ระหว่างพิจารณา และตามแผนที่วางไว้จะปรับราคามาม่า ทั้งแบบซองและถ้วย เพิ่มอีก 1 บาท เนื่องจากภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาแป้งสาลีที่เพิ่มขึ้น 60% และราคาน้ำมันปาล์ม เพิ่ม 50% ทำให้บริษัทไม่สามารถแบกรับภาระที่สูงขึ้นต่อไปได้อีก และมาม่าไม่ได้ปรับราคามากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งบริษัทได้แจ้งให้กับกรมการค้าภายในให้รับทราบแล้ว อย่างไรก็ตามหากไม่ขึ้นราคาอีก 1 บาท อาจส่งผลให้บริษัทมีกำไรในสิ้นปีนี้ลดลงมากกว่า 20%
หน้า 8
ข้อมูลจาก ข่าวสด
