กระทรวงพลังงาน ร่วมผู้ค้าน้ำมันและผู้ผลิตรถยนต์เปิดตัวโครงการ มั่นใจใช้ได้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพื่อเร่งให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์เต็มที่ โดยเน้นสร้างความมั่นใจและสนับสนุนรถป้ายแดงเติมแก๊สโซฮอล์ฟรี ยอมรับที่ผ่านมา ยอดการใช้เพิ่มขึ้นยังไม่เป็นไปตามเป้า แม้ใช้มาตรการด้านราคา ขณะที่ประกาศจะลอยตัวราคาก๊าซหุงต้มให้ได้ภายในปีนี้ และอาจกำหนดใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสร้างรถไฟฟ้าแทนนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดตัวโครงการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ มั่นใจใช้ได้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ว่า กระทรวงพลังงานตั้งเป้าหมายจะรณรงค์ให้มีการใช้แก๊สโซฮอล์อย่างต่อเนื่อง เพราะปัจจุบัน แม้จะใช้มาตรการด้านราคาที่ทำให้ราคาแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าน้ำมันเบนซิน 95 ถึง 2.50 บาทต่อลิตร แต่ยอดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์เพิ่มขึ้นไม่เป็นที่น่าพอใจนัก โดยในส่วนของแก๊สโซฮอล์ 95 ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา อยู่ที่ 3.3 ล้านลิตร แต่เพิ่มขึ้นมาเป็น 4.06 ล้านลิตรต่อวัน ในปัจจุบัน เป็นยอดของผู้ใช้น้ำมันเบนซินประมาณร้อยละ 19 เท่านั้น ดังนั้น มาตรการราคาคงไม่เพียงพอ เพราะขึ้นอยู่กับการสร้างความมั่นใจให้ประชาชนหันมาเติมแก๊สโซฮอล์ ซึ่งการออกแคมเปญวันนี้ (23 เม.ย.) กระทรวงพลังงานร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์และผู้ค้าน้ำมันมั่นใจว่า ยอดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์ 95 อย่างน้อยจะเพิ่มขึ้นเป็น 8 ล้านลิตรต่อวัน ในปลายปีนี้ และมีผู้ใช้แก๊สโซฮอล์รวม 20 ล้านลิตรต่อวัน ใน 2-3 ปีข้างหน้า
นายปิยสวัสดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในปีนี้ รัฐบาลยังตั้งเป้าหมายจะลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม หรือแอลพีจี ให้ได้ภายใน
รัฐบาลชุดนี้ แต่การดำเนินการดังกล่าวจะเป็นช่วงเวลาใด ขึ้นอยู่กับราคาแอลพีจีตลาดโลก หากอยู่ในช่วงขาลง การปรับเปลี่ยนราคาจะไม่กระทบผู้ใช้ ขณะเดียวกัน หากลอยตัวราคาแอลพีจีแล้ว จะทำให้ยอดของผู้ใช้รถยนต์ที่เปลี่ยนเป็นแอลพีจีลดลง และเป็นผลดีต่อผู้ใช้น้ำมันในปัจจุบัน เพราะต้องยอมรับว่า ขณะนี้มีการนำเงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้ม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวอีกว่า หลังลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม เงินกองทุนน้ำมันฯ ที่จัดเก็บ 2,000 ล้านบาทต่อเดือน แยกเป็นน้ำมันดีเซล 1.50 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 1 บาทต่อลิตร น้ำมันเบนซิน 95 ประมาณ 3.46 บาทต่อลิตร และเบนซิน 91 ประมาณ 3.40 บาทต่อลิตร อาจจะลดหรือไม่ลดเงินจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ โดยมีแนวทางพิจารณา 3 แนวทาง คือ การลดเงินกองทุนน้ำมันฯ เพื่อทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลง การเปลี่ยนจากเงินกองทุนให้กลายเป็นภาษีสรรพสามิต และนำเงินดังกล่าวไปก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งจะเลือกแนวทางใดคงจะพิจารณาให้เหมาะสมที่สุด โดยกรณีการนำไปก่อสร้างรถไฟฟ้า 5 สายทาง มูลค่าลงทุนประมาณ 165,000 ล้านบาท หากใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ จะมีเงินปีละ 24,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าเกือบจะเพียงพอสำหรับการลงทุนโครงการดังกล่าว และเป็นผลดีต่อประเทศ
ด้านนายธีรพจน์ วัชราภัย ประธานกรรมการบริษัท เชลล์ในประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้เชลล์ฯ ขายแก๊สโซฮอล์ 95 ทุกสถานีบริการ และกำลังพิจารณาเร่งขยายแก๊สโซฮอล์ 91 ให้มากที่สุด ซึ่งต้องยอมรับว่า ความมั่นใจของประชาชนในการใช้แก๊สโซฮอล์ยังไม่เพิ่มขึ้นมากนัก แม้รัฐบาลจะพยายามใช้มาตรการราคา จึงเป็นหน้าที่ของทุกฝ่าย โดยเฉพาะอู่รถยนต์และผู้เชี่ยวชาญจะต้องสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้รถยนต์ ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลประกาศยกเลิกจำหน่ายน้ำมันเบนซิน 95 คาดว่ายอดจำหน่ายแก๊สโซฮอล์จะเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และจะเป็นผลดีต่อเกษตรกร เพราะหากยังมีความไม่มั่นใจในการใช้แก๊สโซฮอล์ อาจส่งผลให้เอทานอลมีปัญหาล้นตลาดมากขึ้นและบางโรงงานอาจจะต้องปิดตัว
ทั้งนี้ ในโครงการ มั่นใจใช้ได้ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ได้ออกแคมเปญชุด กระตุกให้ฉุกคิด อย่าโยนทุกความผิดให้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งได้ประสานงานกับผู้ค้าน้ำมัน ผู้ผลิตรถยนต์ ยืนยันเรื่องคุณภาพการใช้แก๊สโซฮอล์ และจัดกิจกรรมรวมพลังรถป้ายแดง มั่นใจใช้แก๊สโซฮอล์เพื่อสนับสนุนเจ้าของรถยนต์ใหม่ทดลองใช้แก๊สโซฮอล์ฟรี ซึ่งคาดการณ์ว่าหากใช้แก๊สโซฮอล์ทั่วประเทศ จะลดนำเข้าน้ำมันได้มากกว่า 3,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งแคมเปญดังกล่าว จะเสนอผ่านสื่อทุกรูปแบบ และได้เชิญชวนประชาชนที่ใช้รถยนต์ใหม่มาพิสูจน์การใช้แก๊สโซฮอล์ โดยเติมแก๊สโซฮอล์ฟรีจากผู้ค้าน้ำมันค่ายต่าง ๆ รางวัลสูงสุด บัตรเติมแก๊สโซฮอล์ มูลค่า 50,000 ล้านบาท
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
