เทศกาลเข้าพรรษาปีนี้ หน่วยงานทางการศึกษาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ยังคงพร้อมใจกันรักษาธรรมเนียมปฏิบัติด้วยการจัดกิจกรรมส่งเสริมทางพุทธศาสนา เพื่อทำนุบำรุงไว้ซึ่งประเพณีอันดีงามให้คงอยู่สืบไปดังตัวอย่างเริ่มจาก องค์การบริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) เทพสตรี จ.ลพบุรี พร้อมด้วยตัวแทนจากคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะวิทยาการจัดการ และคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มรภ.เทพสตรี พาคณาจารย์และนักศึกษาจำนวนกว่า 300 คน จัดขบวนแห่เทียนพรรษาไปถวายยังวัดคลองสายบัว จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อสืบทอดประเพณีเข้าพรรษา
ผศ.ดร.เสน่ห์ สุขเคหา รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มรภ.เทพสตรี กล่าวว่า ประเพณีการแห่เทียนพรรษานี้ ทางมหาวิทยาลัยได้มอบหมายให้องค์การบริหารนักศึกษา และคณะในสังกัดทั้ง 6 คณะ เป็นผู้ดูแลและรับผิดชอบ พร้อมทั้งดำเนินการจัดกิจกรรมนี้เป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นการสืบทอดประเพณีที่ดีงามทางพุทธศาสนาไว้ให้นักศึกษาและผู้ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมได้มีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีที่ดีงามนี้ไว้ให้กับลูกหลานต่อไป
ผมมีความเชื่อที่ว่าอานิสงส์ของการทำบุญด้วยเทียน ซึ่งใช้เป็นการให้แสงสว่างแก่สาวกขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ศึกษาเล่าเรียนในพระธรรมวินัยนั้น จะทำให้ชีวิตของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนมีความรุ่งโรจน์แจ่มใส ดุจเดียวกับแสงสว่างของเปลวเทียน และที่สำคัญวันเข้าพรรษานั้นเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนาที่พุทธศาสนิกชนทุกคนไม่ควรลืมด้วย ดังนั้น ประเพณีการแห่เทียนพรรษาจึงเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทาง มรภ.เทพสตรีได้บรรจุไว้เป็นกิจกรรมหลักที่จะพัฒนานักศึกษาทางด้านจิตใจ คุณธรรมและจริยธรรมในทุกๆ ปีการศึกษา ผศ.ดร.เสน่ห์กล่าว
ที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ได้ให้ความรู้แก่นักศึกษาถึงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาในเทศกาลวันเข้าพรรษา พร้อมทั้งส่งเสริมนักศึกษาพาเข้าวัดจัดแห่เทียนพรรษา เพื่อบำรุงศาสนาและรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีนี้ไว้
ช่วงฤดูฝน บรรดาพืชพรรณธัญญาหารงอกงามอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนสรรพสัตว์ทั้งหลายต่างพากันออกหากินท่ามกลางความชุ่มฉ่ำที่ได้รับจากสายฝน ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวหากพระภิกษุสงฆ์ออกจาริกแสวงบุญไปในที่ต่างๆ ได้เกิดการเหยียบย่ำข้าวกล้าชาวบ้านได้รับความเสียหาย หรือเหยียบย่ำสัตว์เล็กสัตว์น้อยได้รับบาดเจ็บหรือถึงแก่ชีวิต ความทราบถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้มีพุทธบัญญัติให้พระภิกษุสงฆ์เข้าอยู่ในอาวาสแห่งใดแห่งหนึ่ง ตลอดระยะเวลา 3 เดือนของฤดูฝน นับแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ไปจนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 จึงได้เกิดเป็นวันเข้าพรรษามาจวบจนปัจจุบัน
เป็นแก่นความรู้ที่มาของวันเข้าพรรษา ที่ทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ประชาสัมพันธ์ให้เหล่าบรรดานักศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยได้รับรู้รับทราบ นอกเหนือจากการส่งเสริมให้บุคลากรและนักศึกษาเข้าร่วมกิจกรรมแห่เทียนพรรษา ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม โดยเคลื่อนขบวนแห่เทียนพรรษาออกจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้เคลื่อนไปยังวัดทุ่งหมื่นน้อย อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ โดยมีคณะผู้บริหาร บุคลากรและผู้แทนนักศึกษามาร่วมในขบวนจำนวนกว่า 200 คน
รศ.อาคม กาญจนประโชติ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษาและศิษย์เก่าสัมพันธ์ ในฐานะผู้นำขบวน บอกว่า กิจกรรมนี้นอกจากจะจัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากรของมหาวิทยาลัยได้ทำกิจกรรมร่วมกันส่งเสริมและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา รักษาประเพณีวัฒนธรรมของไทยให้คงอยู่สืบไปแล้ว ยังแฝงด้วยการสร้างความรักความสามัคคีให้เกิดขึ้นกับทุกๆ ฝ่าย ซึ่งเห็นได้จากการได้รับความร่วมมือจากหลายๆ องค์กรในมหาวิทยาลัยมาร่วมกันทำให้กิจกรรมเนื่องในวันเข้าพรรษานี้ประสบความสำเร็จและอิ่มบุญกันทั่วหน้า
ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า อานิสงส์แห่งกรรมดีในครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศชาติเราเกิดความสงบสุขโดยเร็ว รศ.อาคมกล่าวทิ้งท้าย
ในขณะที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ได้จัดกิจกรรม 91 ปี ตำนานเทศกาลเข้าพรรษา โดยทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กำหนดให้วันแรม 4 ค่ำ และแรม 5 ค่ำ เดือนแปดของทุกปี ถือเป็นธรรมเนียมที่จะนิมนต์พระภิกษุ สามเณรเข้าเยี่ยมชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร เป็นกรณีพิเศษปีละ 2 วัน ซึ่งปีนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 2 และวันศุกร์ที่ 3 สิงหาคม
ในวันดังกล่าวทางพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร จะจัดถวายภัตตาหารเพล เครื่องกัปปิยภัณฑ์ และถวายหนังสือความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจการงานของกรมศิลปากร พร้อมทั้งนิมนต์ชมนิทรรศการพิเศษ เรื่อง คุณธรรม จริยธรรม ตามรอยพระโพธิสัตว์ ณ พระที่นั่งอิศราวินิจฉัย ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น.
ผู้มีจิตศรัทธาจะร่วมกุศลในครั้งนี้ ขอเชิญร่วมบริจาคปัจจัยและสิ่งของได้ที่งานธุรการ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทร.0-2224-1370, 0-2224-1333
งดเหล้าเข้าพรรษา ความดีที่น่าทำ !!
เป็นกิจกรรมที่ IBS หรือชมรมพุทธศาสตร์สากล ในอุปถัมภ์สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้ร่วมกับชมรมพุทธหลายสถาบันทั่วประเทศจัดเป็นโครงการรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนทั้งในระดับมัธยมศึกษา และมหาวิทยาลัย ซึ่งนักเรียน นักศึกษาบางส่วนยังเห็นว่าการดื่มเหล้าเป็นเรื่องของการเข้าสังคมและสร้างมิตรภาพระหว่างเพื่อนอยู่
ทางชมรมพุทธศาสตร์สากลระบุว่า ไม่น่าเชื่อ !! ปีพุทธศักราช 2550 ประเทศไทยมียอดการบริโภคสุราเป็นอันดับ 5 ของโลก เรียกว่าหันซ้ายก็เจอขี้เหล้า หันขวาก็ปะทะขี้เมาอยู่ทั่วไป แถมยังต้องเสียเงินให้กับน้ำเหล้าคิดแล้วตกปีละ 2 แสนล้านบาท คำนวณเล่นๆ ก็สามารถสนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กคนละ 10,000 บาท ได้ถึง 10 ล้านคน คิดแล้วก็น่าแสลงใจไม่น้อย เพราะนี่ขนาดเมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องพระพุทธศาสนายังมาไกลถึงขั้นติดอันดับโลก แล้วอย่างนี้อีก 10 ปีข้างหน้า ประเทศชาติจะเป็นอย่างไรฆ
นายเชือก โชติช่วย นิสิตคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นเยาวชนดีเด่นสาขาคุณธรรมจริยธรรม จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้ร่วมให้ความเห็นในเรื่องนี้ว่า
ผมรู้สึกไม่ดีที่เห็นประเทศชาติกำลังดำดิ่งไปสู่หายนะ เพราะยิ่งคนดื่มเหล้ามากขึ้นปัญหาก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย แต่บางคนยังเห็นแก่ภาษีจากเหล้าเป็นสำคัญ ซึ่งจริงๆ แล้วเงินที่ได้จากภาษีเหล้าเทียบไม่ได้กับความสูญเสียที่เกิดจากเหล้า และในฐานะเยาวชนคนหนึ่งผมไม่คิดว่าการดื่มเหล้าเป็นเรื่องของการเข้าสังคม และการสร้างมิตรภาพระหว่างเพื่อน แต่ตรงข้ามผมว่าเหล้าเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ขาดสติ มีคนกล่าวว่า ไม้ขีดเพียงก้านเดียวก็สามารถเผาเมืองทั้งเมืองได้ เหล้าแม้เพียงเล็กน้อยก็สามารถทำลายสติ และทำให้เกิดผลเสียต่างๆ ตามมาได้ เช่น ทำให้เสียทรัพย์ ทำให้เกิดโรค ทำให้สติปัญญาเสื่อมถอย
ขณะที่ น้องนัท ด.ญ.มนัสนันท์ เหล่ายั่งยืนยง นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนโสมาภานุสรณ์ ในฐานะยุวทูตโครงการตอบปัญหาธรรมทางก้าวหน้าของชมรมพุทธศาสตร์สากล ได้วิงวอนให้ทุกๆ คนเลิกดื่มเหล้า
หนูคิดว่าการงดเหล้าเข้าพรรษาเป็นสิ่งที่ดี และอยากให้คนดื่มเหล้าเลิกดื่มไปตลอดเลยค่ะ เพราะนอกจากจะมีผลเสียกับคนที่เกี่ยวข้องแล้ว ยังเป็นผลเสียต่อร่างกายตัวเองด้วย เพราะทำให้ขาดสติ มีโรคมาก และที่สำคัญเด็กไทยดูผู้ใหญ่เป็นต้นแบบ ถ้าผู้ใหญ่ดื่มให้เด็กเห็น โตขึ้นเด็กก็จะทำตาม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดา อย่างที่โรงเรียนของหนูก็ไม่รับคุณครูที่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่เข้ามาทำงาน เพราะว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เด็กค่ะ
อีกหน่วยงานในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไม่พลาดกับกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนานี้ คือมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) ร้อยเอ็ด ซึ่งร่วมรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายพ่อหลวง ด้วย โดยงานบริการนักศึกษา ฝ่ายกิจการนักศึกษา (มรภ.) ร้อยเอ็ด ได้ร่วมมือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการเสริมสร้างสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรมรณรงค์ งดเหล้าเข้าพรรษา ทำความดีถวายพ่อหลวง โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ให้นักศึกษา บุคลากร และประชาชนทั่วไปได้ร่วมกันลงนามปฏิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อความเป็นสิริมงคลต่อตนเอง และครอบครัว
พร้อมกันนี้ ได้จัดกิจกรรมถวายเทียนพรรษาเนื่องในวันสำคัญทางพุทธศาสนา วันเข้าพรรษาและวันอาสาฬหบูชา เพื่อร่วมส่งเสริมประเพณีวัฒนธรรมไทย โดยได้หล่อเทียนพรรษา ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และแห่เทียนพรรษาไปถวายยังวัดโพธิ์ศรีสว่างวนาราม บ้านดงหวาย ต.เกาะแก้ว อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด พร้อมทั้งร่วมกันพัฒนาพื้นที่วัดร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ก่อนจะได้ร่วมกันฟังพระธรรมเทศนา เพื่อเป็นข้อคิดในการปฏิบัติที่ดีในสังคมต่อไป
วัยโจ๋จันทรเกษมร่วมสร้างบุญถวายเทียนพรรษาสืบสานประเพณีไทย
โดยองค์การบริหารนักศึกษา ร่วมกับสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) จันทรเกษม จัดกิจกรรมสร้างบุญสืบสานประเพณีไทย ด้วยการหล่อเทียนและถวายเทียนพรรษา เมื่อช่วงวันที่ 16-18 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความสนใจจากนักศึกษาร่วมกันทำบุญครั้งนี้อย่างล้นหลาม
ปีนี้ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้จัดถวายเทียนพรรษาแบ่งเป็น 2 สาย ได้แก่ สายที่ 1 ถวายเทียนพรรษา ณ วัดเสมียนนารี วัดเทวสุนทร และสายที่ 2 ถวายเทียนพรรษา ณ วัดลาดพร้าว และวัดสิริกมลาวาส
นางสาวกุมารี ตันจินวัฒนกุล นักศึกษาหลักสูตรวิชาการบัญชี คณะวิทยาการจัดการ บอกกล่าวถึงความรู้สึกภายหลังเสร็จพิธีถวายเทียนพรรษาว่า รู้สึกอิ่มเอิบใจอย่างบอกไม่ถูก ร่วมกิจกรรมครั้งนี้นอกจากจะได้บุญกุศลแล้ว ยังเป็นการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมของชาวพุทธไว้ด้วย
ถ้าเราจะให้คนรุ่นหลังร่วมรักษาและสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทยไว้ เราก็ต้องทำเป็นแบบอย่างและคอยชักชวนเพื่อนๆ รุ่นน้องๆ ให้เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งจะทำให้พวกเขาซึมซับวัฒนธรรมไทยไว้ได้ค่ะ
หน้า 7
ข้อมูลจาก มติชน
