สดจากเยาวชนnachart@yahoo.com
Futuristic Art กับ Simulacra คืออะไรคะ
SurfingGet
ตอบ SurfingGet
Futuristic art-ฟิวเจอริสติก อาร์ต คือศิลปะแนวล้ำยุค อาจารย์ทัศนัย เศรษฐเสรี หลักสูตรสื่อศิลปะและการออกแบบสื่อ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อธิบายว่า ย้อนไปปี ค.ศ.1909 คำว่า Futurism-ฟิวเจอริซึ่ม เริ่มอยู่ในความสนใจของนักคิด นักเขียน ศิลปินและดีไซเนอร์ มีบทความเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของลัทธินี้ตีพิมพ์ในนิตยสาร Poesia เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ครั้นปี 1910 แถลงการณ์ลัทธิถูกประกาศเป็นครั้งแรก
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกขณะนี้เคลื่อนไหวและเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว สิ่งต่างๆ ที่ปรากฏต่อสายตาเราไม่เคยหยุดนิ่งคงที่ หากแต่ปรากฏตัวและหายไปอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวัตถุที่อยู่ในความเคลื่อนไหวจึงมีความหลากหลายในลักษณะสถานะ และรูปทรงซึ่งนำไปสู่การสั่นไหวของวัตถุอื่นๆ ในเวลาและเทศะ
นักเคลื่อนไหวลัทธิฟิวเจอริซึ่มเห็นว่ากรอบคิดเรื่องความคิดสร้างสรรค์ในยุคของตน (แบบโมเดิร์น) มีปัญหาเป็นสถาบันที่หยุดนิ่งคงที่ และสร้างปัญหานำไปสู่ประเด็นอื่นๆ ในภาพกว้าง เช่น ความอยุติธรรม บ้าเหตุผลที่ผิด ประเพณีไม่เข้าเรื่อง เป็นต้น แบบฟิวเจอริซึ่มจึงเต็มไปด้วยความขัดแย้งต่อเรื่องความยุติธรรม ความรุนแรง ความโหดร้าย ความอันตราย ความบ้า ความเป็นวิทยาศาสตร์ ตามคำประกาศว่า จงมีความกล้าและปฏิวัติ
ตำรามากมายเชื่อมโยงฟิวเจอริซึ่มกับลัทธิทางการเมืองแบบฟาสซิสม์ที่นำโดย เบนิโต มุสโสลินี ซึ่งเน้นอำนาจของรัฐและผู้นำเหนือชีวิตทางการเมือง สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของบุคคล ด้วยแนวคิดทางการเมือง กิจกรรมและความคิดสร้างสรรค์แนวฟิวเจอริซึ่มที่เกิดขึ้นในอิตาลียุคนั้น ทำให้อธิบายได้ว่าทำไมลักษณะและอัตลักษณ์ของการออกแบบ รวมถึงแฟชั่นและเสื้อผ้าในมิลานในเวลาปัจจุบัน จึงมีโดดเด่นและแตกต่างจากยุโรปฝ่ายเหนือ
Simulacra-ซิมิวเลครา คือทฤษฎีโลกเหนือจริง ในทางศาสนามักกล่าวถึงโลกทางนามธรรมซึ่งซ้อนอยู่กับโลกทางกายภาพ หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็นสภาวะเหนือจริง สภาวะเหนือจริงมี 2 ระดับ ระดับหนึ่งคือระดับปรมัตถ์ คือสภาวะใดก็ตามที่ตามนุษย์มองไม่เห็น แม้กระนั้นก็เชื่อกันว่ามีอยู่จริง สภาวะเช่นนี้ยังมีบทบาทเชื่อมต่อมามีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อโลกของความเป็นจริง เพราะแม้ว่าตาสัมผัสไม่ได้แต่ใจสัมผัสได้
อีกระดับหนึ่งคือระดับกายภาพที่มนุษย์สามารถเข้าไปปฏิสัมพันธ์กับองค์ประกอบหลายอย่างในนั้น อาจจะเรียกได้ว่าเป็น โลกธรรมศึกษา คือเป็นโลกทางกายภาพแต่สวมซ้อนไว้ด้วยเรื่องราวและพิธีกรรมเฉพาะตัว เมื่อหลุดเข้าไปในนั้นก็จะไปใช้ชีวิตอย่างสอดคล้องกับกฎระเบียบของสถานที่แห่งนั้น
โรแลนด์ บาร์ธส์ นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส อธิบายว่า คือ ภาพในจินตนาการ หรือ โลกจำลอง ยกตัวอย่าง วัด ทุกวัดมีโลกจำลองเหมือนกันหมด คือคนสามารถเข้าไปรับสัญญะ (signs) ต่างๆ บ้างก็ไปใช้ชีวิตอยู่ในนั้น บ้างก็ไปมาระหว่างโลกจำลองกับโลกทางกายภาพซึ่งมีอิทธิพลต่อกันอย่างสูง
ส่วนทฤษฎีโลกจำลอง ของ ชอง โบดริยาร์ด ยกตัวอย่าง พิพิธภัณฑ์ ซึ่งเมื่อเราเข้าไปจะเห็นวัตถุที่บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ทำให้เหมือนกับหลุดลงไปในโลกจำลองแห่งประวัติศาสตร์แต่ละช่วงยุคสมัย ซึ่งความจริงแล้วเป็นเพียงความหมายที่ถูกสร้างผ่านรูปปั้นและภาพวาด เป็นความจริงซึ่งตายไปหมดแล้ว แต่ก็ยังมีชีวิตเชื่อมโยงกับความจริงอย่างแยกจากกันไม่ได้
หน้า 22
ข้อมูลจาก ข่าวสด
