แนะประมวลผลแอดมิชชั่น2แบบหวั่นประกาศช้า!ที่ประชุมอธิการบดีใจเด็ดประกาศยึดหลักการเดิม แอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัยต้องใช้คะแนนโอเน็ตจากการสอบครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น เตรียมทำหนังสือชี้แจงเหตุผลกับศาลปกครองขอนแก่น พร้อมเผยทุกมหาวิทยาลัยคิดหาทางออกรองรับคำตัดสินไว้แล้ว ในขณะที่รมว.ศธ.แนะสกอ.ประมวลผลแอดมิชชั่นรอไว้เลยทั้ง 2 แบบ หวั่นประกาศผลล่าช้า
หลังจากที่ศาลปกครองขอนแก่นได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้เด็กที่ขอสอบ O-NET ใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เรียนระดับอุดมศึกษาอยู่แล้ว หรือเด็กซิล สามารถนำคะแนนที่สอบใหม่ไปใช้สมัครแอดมิชชั่นเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้ได้ ซึ่งเป็นเหตุให้กระบวนการแอดมิชชั่นปั่นป่วนจนหยุดชะงักไปนั้น เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 เม.ย.ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการประชุมของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) วาระพิเศษเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดีม.แม่ฟ้าหลวง ในฐานะ ประธาน ทปอ.เปิดเผยว่า ที่ประชุมได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และเห็นว่ายังควรให้ใช้คะแนน O-NET จากการสอบครั้งแรกครั้งเดียวเหมือนเดิม
รศ.ดร.วันชัย กล่าวต่อไปว่า ระบบแอดมิชชั่นจะพิจารณาคัดเลือกบุคคลจากองค์ประกอบต่าง ๆ 4 ส่วน ได้แก่ คะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตรม.ปลาย หรือ GPAX ซึ่งมีค่าน้ำหนักร้อยละ 10, คะแนนเฉลี่ยสะสมรายกลุ่มสาระ หรือ GPA ร้อยละ 20, คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ O-NET ร้อยละ 35-70 และคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นสูง หรือ A-NET ร้อยละ 0-35 ซึ่ง GPAX และ GPA เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ส่วน O-NET เป็นการประมวลความรู้ของเด็กเมื่อจบม.ปลาย ซึ่งเด็กทุกคนต้องสอบแม้ว่าจะไม่ได้ศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยก็ตาม ดังนั้นจึงให้สอบแค่ครั้งเดียว และทั้ง 3 องค์ประกอบจะเป็นคะแนนที่ติดตัวเด็กไปตลอดชีวิต แต่สำหรับการสอบ A-NET มีไว้สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้ามหาวิทยาลัย ซึ่ง ทปอ.ก็เปิดโอกาสให้สอบ A-NET ได้หลายครั้งอยู่แล้วโดยไม่ได้ไปจำกัดสิทธิ จึงไม่ใช่การลิดรอนสิทธิหรือจำกัดสิทธิในการเข้ามหาวิทยาลัยแต่อย่างใด
“ทปอ.จะทำหนังสือถึงศาลปกครองขอนแก่น เพื่อชี้แจงความเป็นมาและเหตุผลความจำเป็น โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้ ทปอ.ก็พร้อมปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลปกครอง ซึ่งในที่สุดหากศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ใช้คะแนน O-NET จากการสอบครั้งใหม่ได้ ทปอ. ก็ต้องมาประชุมเพื่อหาลู่ทางกันต่อไป แต่ตอนนี้ยังไม่รู้จะใช้รูปแบบใดก็ขอยึดรูปแบบเดิมที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นไปก่อน” รศ.ดร.วันชัย กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทปอ.เตรียมหาทาง ออกอื่นไว้หรือไม่ ประธาน ทปอ.กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ เพราะจะเป็นการไม่เหมาะสม แต่ทุกมหาวิทยาลัยก็มีทางออกไว้แล้ว ซึ่งถ้าเรื่องนี้ไม่ยุติโดยเร็วก็คงไม่สามารถประกาศ ผลแอดมิชชั่นได้ในวันที่ 15 พ.ค. ตามกำหนด และจะกระทบต่อการเปิดภาคเรียนอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามตนยืนยันว่า ทปอ.และอธิการบดีทุกคน มองปัญหานี้อย่างเป็นกลางและเป็นธรรม เพราะเราต้องการให้เกิดความสงบเรียบร้อย และอยากให้นักเรียนได้เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยด้วยหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรมสำหรับคนส่วนใหญ่ ซึ่งการสอบเอนทรานซ์หรือแอดมิช ชั่นต้องมีทั้งผู้สมหวังและผิดหวัง แต่คนที่ผิดหวัง เราก็ต้องหาทางเยียวยาเพื่อให้ได้เรียนอุดมศึกษาต่อไป
ต่อข้อถามถึงกรณีที่ ศ.ดร.วิจิตร ศรี สอ้าน รมว.ศึกษาธิการ แนะนำให้ สกอ. ประมวลผลแอดมิชชั่นรอไว้ทั้ง 2 รูปแบบ โดยแบบแรกให้ใช้คะแนน O-NET ครั้งแรกครั้งเดียว และแบบที่ 2 ให้นำคะแนน O-NET ของเด็กที่ขอสอบใหม่มาประมวลผลรวมด้วย รศ.ดร.วันชัย กล่าวว่า ในทางปฏิบัติก็ทำได้อยู่แล้ว เพื่อไม่ให้กระบวนการทั้งหมดต้องเกิดความล่าช้า
น.ส.จิรณี ตันติรัตนวงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า การประมวลผลแอดมิชชั่นทั้ง 2 รูปแบบ ทางสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สามารถทำได้เป็นการภายในอยู่แล้ว เป็นการเตรียมทางหนีทีไล่ แต่ตอนนี้ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะขนาดไม่ได้ พูดอะไร ยังถูกกล่าวหาว่ากดดันศาล
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่เครือข่ายพ่อแม่ผู้ปกครองเพื่อการปฏิรูปการศึกษาระบุว่า การห้ามเด็กซิลสอบ O-NET อีกครั้งเป็นการละเมิดสิทธิเด็กตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก น.ส.จิรณี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยมีการหยิบยกเรื่องสิทธิเด็กมาหารือกันจากกรณีเด็กที่มีน้ำหนักตัวมากต้องการเข้าเรียนพยาบาล ซึ่งในที่สุดทั้งนักกฎหมาย และนักสิทธิมนุษยชนก็เห็นตรงกันว่า การเรียนในระดับอุดมศึกษาเป็นการลงทุนสูง ซึ่งแตกต่างจากการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงสามารถกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อได้ ทั้งนี้ตนมองว่าการเรียกร้องสิทธิก็สามารถทำได้ แต่ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น ซึ่งเด็กซิลก็ได้ใช้สิทธิไปครั้งหนึ่งแล้ว ในขณะที่เด็กเพิ่งจบม.6 ปีนี้ ยังไม่ได้ใช้สิทธิมาก่อนเลย
ในวันเดียวกัน ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รมว.ศึกษาธิการ ได้เชิญ ศ.ดร.อุทุมพร จามรมาน ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ดร.กฤษณพงศ์ กีรติกร เลขาธิการ กกอ. และประธาน ทปอ.มาหารือเพื่อเตรียมการตอบกระทู้สดต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดย ศ.ดร.วิจิตร เปิดเผยภายหลังการหารือว่า ผอ.สทศ.ได้รายงานว่าจากการตรวจสอบข้อมูลเด็กที่ขอสอบ O-NET ใหม่ ที่มีประมาณ 2,000 คนนั้น ในจำนวนดังกล่าวมีผู้ที่เรียนจบในปีการศึกษา 2548 ประมาณ 900 คน แต่มีผู้ที่สอบโอเน็ตครั้งที่ 2 เพียง 541 คนเท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นผู้ใช้สิทธิสอบ O-NET ครั้งแรกตามปกติ ซึ่ง สทศ.ไม่สามารถตรวจพบได้ก่อนหน้านี้เพราะฐานข้อมูลเดิมบกพร่องไม่สมบูรณ์
ต่อข้อถามถึงการให้ สกอ.ประมวลผลแอดมิชชั่นรอไว้ทั้ง 2 รูปแบบ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนได้กำชับกับ สกอ.ว่าในฐานะผู้บริหารที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาที่เกิดขึ้นจะต้องเตรียมการแก้ไขปัญหาล่วงหน้าไว้ด้วย ไม่ใช่รอคำสั่งศาลแล้วจึงมานั่งคิดในภายหลัง ซึ่งทางออกที่ดำเนินการจะต้องส่งผลกระทบให้น้อยที่สุด เกิดความเป็นธรรม ไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบและทุกฝ่ายต้องยอมรับได้ ส่วนการฟ้องร้องของเด็กก็เป็นสิทธิที่ทำได้หากเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งถือว่าเป็นสันติวิธีและถูกต้องแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมาเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองขอนแก่นที่ห้าม สกอ.นำมติที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) ครั้งที่ 5/2549 ที่ให้นำผลคะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ครั้งแรกครั้งเดียวมาใช้พิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาด้วยระบบแอดมิชชั่น จนกว่าศาลปกครองขอนแก่นจะมีคำพิพากษานั้น ขณะนี้คำอุทธรณ์ดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาขององค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุดที่มีนาย วรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุดเป็นตุลาการเจ้าของสำนวน ซึ่งได้มีการประชุมองค์คณะและจัดส่งคำอุทธรณ์ของสกอ.ไปให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นนักศึกษาที่ขอสอบโอเน็ตใหม่รวม 25 คนแล้ว เพื่อให้จัดทำคำคัดค้านคำอุทธรณ์ของ สกอ.ส่งกลับมายัง องค์คณะตุลาการฯ และเมื่อองค์คณะได้รับแล้วจึงจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งรับอุทธรณ์ และมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวฯ ตามที่ สกอ.อุทธรณ์หรือไม่ โดยไม่ต้องมีการเรียกคู่กรณีมาไต่สวนอีก และจะทราบผลการพิจารณาก่อนวันที่ 15 พฤษภาคมแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า อย่างไรก็ตามศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณาเฉพาะคำอุทธรณ์ของสกอ.ที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองขอนแก่นเท่านั้น แต่จะไม่เกี่ยวกับกรณีที่ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลปกครองขอนแก่นสั่งให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) และ รมว.กระทรวงศึกษาธิการเพิกถอนระเบียบที่กำหนดให้นักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าสามารถสอบโอเน็ตได้เพียงคนละ ครั้ง เพราะคดีดังกล่าวเป็นอำนาจหน้าที่ของศาลปกครองขอนแก่นที่จะพิจารณาพิพากษา.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
