สกสค.ทุ่ม5แสนให้กับผู้ชี้เบาะแสตั้งรางวัลนำจับหนังสือแบบเรียนปลอม 5 แสนบาท “สกสค.” ประกาศให้เงินผู้ชี้เบาะแส พร้อมตั้งทีมเป็นพี่เลี้ยงครูตามโรงเรียน แนะวิธีดู-สังเกตแบบเรียนปลอมหรือจริง ประสาน “ปศท.” แกะรอยล่า “ตัวการ” หลังตำรวจร้อยเอ็ดโชว์ฟอร์มยึดหนังสือได้อีก 3 หมื่นเล่มที่บ้านพักคนดังในพื้นที่ ขนใส่รถบรรทุกสิบล้อส่งกระทรวงศึกษาธิการตรวจสอบ
เมื่อวันที่ 26 มี.ค. พล.ต.ต.คณิสร น้อยนารถ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด เปิดเผยความ คืบหน้าคดีตำรวจตรวจยึดหนังสือแบบเรียนต้องสงสัยว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ จำนวนกว่า 30,000 เล่ม มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท ที่บ้านเลขที่ 20 หมู่ 7 บ้านคุยขนวน ต.เชียงขวัญ อ.เชียงขวัญ จ.ร้อยเอ็ด ของนางดาวเรือง ยกน้อย อายุ 51 ปี ประธานกลุ่มสตรีทอผ้าไหมสาเกตนครบ้าน คุยขนวน หมู่ 7 ต.เชียงขวัญ ว่า ขณะนี้ได้นำหนังสือทั้งหมดที่เก็บรักษาไว้ที่ สภ.เชียงขวัญ ขนขึ้นรถบรรทุกสิบล้อ ส่งไปที่กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อตรวจสอบแล้วว่าเป็นหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์จริงหรือไม่ หากผลการตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์จริงจะออกหมายเรียกตัวนางดาวเรืองมาสอบสวนว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง อย่างไร และหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของก็จะแจ้งข้อหาครอบครองหนังสือละเมิด ลิขสิทธิ์ ส่วนการสอบสวนขยายผลหาตัวการในเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ของตำรวจส่วนกลาง เนื่องจากทางกระทรวงศึกษาธิการได้แจ้งความไว้แล้ว
สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงเย็นวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.คณิสร พ.ต.อ. อวยพร รักษาสัตย์ รอง ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด และ พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ ศรีผ่องงาม หัวหน้าชุดปราบปรามละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บก.ภ.จว. นำกำลังตำรวจกว่า 20 นาย พร้อมศาลเข้าตรวจค้นที่บ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ของนางดาวเรือง และพบหนังสือของกลาง อาทิ หนังสือแบบฝึกหัดสาระการเรียนรู้พื้นฐานชุดภาษาเพื่อชีวิต ชั้น ป.2, หนังสือวิวิธภาษา ชั้น ป.3, หนังสือคณิตศาสตร์ ชั้น ป.1 และ อื่น ๆ อีกจำนวนมาก ซึ่งจัดพิมพ์โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการดำเนินการจัดพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 4 โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว แต่ไม่พบตัวนางดาวเรือง มีเพียงพี่สาวกับพี่เขยอยู่ภายในบ้าน โดยทั้งคู่ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็น และบอกว่านางดาวเรืองออกไปทำธุระในตัวเมือง แต่จากการสอบถามเด็ก ๆ ในหมู่บ้านทราบว่ามีรถบรรทุกสิบล้อคันใหญ่ขนหนังสือเข้าไปในบ้านเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้เข้ากวาดล้างจับกุมหนังสือละเมิดลิขสิทธิ์หรือแบบเรียนปลอมในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งกลางเมืองร้อยเอ็ด และร้านจำหน่ายหนังสือชื่อดังใน อ.ธวัชบุรี ยึดของกลางจำนวนหนึ่ง
ทางด้าน นายบำเรอ ภาณุวงศ์ ผอ. องค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) เปิดเผยว่า ต่อไปนี้องค์การค้าฯ จะมีทีมงานเข้าไปช่วยเหลือเป็นพี่เลี้ยงให้แก่ครูในการพิจารณาสังเกตว่าแบบเรียนที่สั่งซื้อมาแล้วเป็นของจริงหรือไม่ เพราะตนไม่อยากให้ครูและโรงเรียนมีความวิตกกังวลมากเกินไป ซึ่งทีมงานที่องค์การค้าฯ จัดตั้งขึ้นจะตระเวนออกไปช่วยเหลือโรงเรียนต่าง ๆ โดยการให้ความรู้ถึงวิธีการ รูปแบบการสังเกต และการป้องกันแบบเรียนปลอม ทั้งนี้หากโรงเรียนใดได้มีการสั่งซื้อหนังสือปลอมโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปแล้ว สามารถแจ้งมาได้ที่ สกสค.จังหวัด หรือ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) โดยองค์การค้าฯ จะนำแบบเรียนใหม่ที่เป็นของจริงไปเปลี่ยนให้ ส่วนแบบเรียนปลอมที่ยึดมาได้นั้น ขณะนี้ได้นำเข้าไปเก็บไว้ในโกดังสินค้าที่โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว เพื่อนำไปประทับตราว่าเป็นแบบเรียนปลอม ต่อจากนั้นจะนำไปบริจาคให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนต่อไป
ผอ.องค์การค้าฯ กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีมีการจับกุมหนังสือแบบเรียนปลอม ที่ จ.ร้อยเอ็ด ได้อีกนั้น ขณะนี้รักษาการ ผบ.ตร. ได้ประสานให้ตำรวจทุกพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ขณะนี้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี (ปศท.) อยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลเพื่อสาวให้ถึงตัวการ อย่างไรก็ดี องค์การค้าฯ จะให้รางวัลนำจับ 500,000 บาท กับผู้ที่สามารถชี้เบาะแสในการนำจับได้ “ผมอยากฝากไปถึงครู โรงเรียน และผู้ปกครอง เกี่ยวกับวิธีสังเกตหนังสือเรียนปลอมว่ามีความแตกต่างกับของจริงอย่างไร โดยแบบเรียนปลอมจะใช้หมึกที่มีสีเข้มกว่าของจริง ซึ่งมีคุณภาพต่ำและเป็นอันตรายต่อเด็ก ตัวหนังสือไม่มีความคมชัด โดยสามารถใช้แว่นขยายส่องดูได้จะพบความแตกต่างอย่างชัดเจน เพราะของปลอมตัวหนังสือจะแตก และไม่ได้ใช้กระดาษที่ถนอมสายตา ประกอบกับน้ำหนักของหนังสือเรียนจริงจะมีน้ำหนักที่เบากว่าด้วย ส่วนกระบวนการจัดส่งแบบเรียนขององค์การค้าฯจะห่อด้วยผลิตภัณฑ์อย่างดี และประทับตราขององค์การค้าฯ ไว้ด้วย” นายบำเรอกล่าว.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
