ศ.ดร.ปิยะวัติ บุญ-หลง ผอ.สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) กล่าวในงานเสวนา การศึกษากับการจัดการหนี้สิน ทางออกหรือทางตันของชาวบ้าน ซึ่งจัดขึ้นที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 1 อาคารสิรินธรารัตน์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง ว่า ท่ามกลางความสำเร็จที่เกิดขึ้น ทุกชุมชนที่ทำวิจัยต่างตระหนักดีว่าแม้จะแก้ไขปัญหาได้เกือบรอบด้าน แต่ภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุตรหลานเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่สามารถต่อรองหรือหลีกเลี่ยงได้เลย เพราะต้นเหตุไม่ได้มาจากปัจจัยภายในครอบครัวหรือชุมชนเอง แต่นโยบายรัฐ ตลอดจนโรงเรียนเป็นผู้กำหนดขึ้น และส่งต่อเป็นแนวดิ่งมายังชาวบ้านหรือผู้ปกครองนายชาญ อุทธิยะ ผู้ประสานงานสถาบันแสนผะหญา จ.ลำปาง เปิดเผยว่า ทั้งที่รัฐบาลมีนโยบายเรียนฟรี 12 ปี แต่ในทางปฏิบัติเกิดช่องโหว่มากมาย เมื่อไม่สามารถเก็บค่าเทอมได้ โรงเรียนก็จะเรียกเก็บค่าบำรุงต่างๆ แทน เช่น ค่าบำรุงคอมพิวเตอร์ ค่าชุดที่ต้องสวมใส่ไปโรงเรียน ค่ากระเป๋าเป้ เก็บผ่านชมรม/สมาคมผู้ปกครอง ในรูปแบบเงินบริจาค แต่กำหนดขั้นต่ำไว้ หรือแม้กระทั่งการเรียนพิเศษ ซึ่งเด็กที่ไม่เรียนพิเศษจะเรียนไม่ทันเพื่อน เป็นต้น ชาวบ้านที่ยากจนต้องหาเช้ากินค่ำ การส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือทั้งภาคบังคับ และระดับที่สูงขึ้นไป เป็นเรื่องสาหัสสากรรจ์อย่างยิ่ง จากการวิจัยพบว่าหากครอบครัวมีลูกเรียนหนังสือ 1 คน จะต้องมีรายได้อย่างต่ำ 3,800 บาท/เดือน หากใช้แบบประหยัดอดออมทุกวิถีทางแล้ว ถึงจะไม่ติดหนี้ในการดำรงชีพภายในครัวเรือน แต่ถ้ามี 2 คนก็ต้องเพิ่มขึ้นไปอีก 2,000 บาท/เดือน
ไม่อยากให้สถาบันการศึกษาคิดว่ากำลังทำธุรกิจ ทำให้เด็กต้องลงทุนมหาศาลเพื่อเรียนรู้ บางกรณีก็หมดอนาคตทางการศึกษา ทั้งที่สมองดี เรียนเก่ง แต่ไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าบำรุงการศึกษาได้ โรงเรียนก็ไม่ยอมให้ใบ รบ.หรือวุฒิบัตร จึงไม่มีหลักฐานไปแสดงเพื่อเรียนต่อ หรือทำงานได้ นายชาญกล่าว
หน้า 29
ข้อมูลจาก ข่าวสด
