แยกประชาชื่นล็อกล้อ
สัปดาห์ก่อน กทม.จัดเสวนาเรื่อง แผนรับมือวิบัติภัยในมหานครกรุงเทพฯ โดย นายสมิทธ ธรรมสโรธ ผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ศ.ดร.ปณิธาน ลักคุณะประสิทธิ์ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรรมแผ่นดินไหวและการสั่นสะเทือน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดร.ต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และนางบรรณโศภิษฐ์ เมฆวิชัย รองผู้ว่าฯ กทม. ร่วมเป็นวิทยากร
เสียงเตือนจากผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติบนเวทีเสวนา ที่ว่า ปัญหาน้ำท่วมและพายุปัจจุบันการเกิดพายุแต่ละครั้ง มีความเปลี่ยนแปลงของความเร็วลม เช่น พายุนาร์กีส เป็นการก่อตัวจากมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งไม่เคยเกิดมาก่อน
ดังนั้นในอนาคตการเกิดปรากฏการณ์ต่างๆ ก็น่าเป็นไปได้ โดยในปีนี้ช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.นี้ ทำนายว่าจะเกิดมรสุมใหญ่ที่จะพัดเข้ามาทางอ่าวไทยเข้ามาช่วง จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี เพชรบุรี และหากน้ำทะเลมีการยกตัว (Storm Search) สูง 3-4 เมตร เข้ามาสู่แม่น้ำบางปะกง น้ำก็อาจจะทะลักเข้ามาในพื้นที่กรุงเทพฯ
และหากทะลักท่วมเข้าพื้นที่รัศมี 30 ก.ม. อาจถึงพื้นที่คลองประปา ประชาชนจะเดือดร้อนทันที และปัญหาที่ตามมาก็มีอีกมากจึงต้องหาทางเตรียมรับมือและป้องกันให้ดี
เสียงเตือนเรื่องน้ำท่วมกรุงเทพฯ จากผอ.ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติดังขึ้นมาเป็นระยะ จากที่ปีก่อนเคยบอกว่าอีก 5 ปีข้างหน้ามีโอกาสที่น้ำจะท่วมกรุงเทพฯ และควรทำเขื่อนป้องกั้นไว้แต่เนิ่นๆ
มาถึงปีนี้จากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะผลจากพายุนาร์กีส ทำให้เกิดคำทำนายว่า ปีนี้อาจเกิดพายุใหญ่จนทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯ ได้
คำทำนายเรื่องพยากรณ์อากาศก็ยังเป็นแค่คำพยากรณ์ ส่วนงานระวังป้องกันหากเกิดปัญหาก็ต้องเตรียมพร้อมกันต่อไป โดยเฉพาะเมื่อมีการพยากรณ์ล่วงหน้าออกมา
แม้ทางกทม.จะประกาศว่าได้เตรียมมาตรการรองรับไว้อย่างเต็มที่แล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดในการระบายน้ำฝนที่ตกเกินกว่า 60 ม.ม.ต่อชั่วโมงของกทม. ถ้าเกิดพายุกระหน่ำเข้ามาจริงก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้
แม้จะเป็นแค่การพยากรณ์แต่ก็ต้องเตรียมตัวรองรับปัญหากันให้ดี
หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด
