คิดจากเงินวิทยฐานะบวกเงินเดือน อจ.มหาลัยยังให้เลือกอัตราเดียวนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครม.ได้พิจารณาถึงมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ หรือโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี่ รีไทน์) โดยได้เห็นชอบการคำนวณสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อนสำหรับข้าราชการครูและข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่ลาออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ตามมติคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพื่อกำกับการดำเนินการตามมาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ ซึ่งนางเบญจวรรณ สร่างนิทร รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการร่วมคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) นำเสนอ ดังนี้ 1.เห็นชอบให้ข้าราชการครูผู้ลาออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด คำนวณเงินวิทยฐานะเช่นเดียวกับเงินประจำตำแหน่งในการคำนวณสิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน 2.เห็นชอบให้ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา คำนวณเงินประจำตำแหน่งในอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว
นายสมชายกล่าวต่อว่า การเปลี่ยนแปลงสูตรการคำนวณในโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดใหม่ดังกล่าว เพื่อไม่ให้ข้าราชการครูที่เข้าร่วมโครงการต้องเสียเปรียบเกินไป เพราะโดยปกติข้าราชการครูผู้ลาออกจากราชการตามโครงการนี้จะได้สิทธิประโยชน์ที่เป็นเงินก้อน ซึ่งคำนวณจากเงินเดือนเท่านั้น ไม่รวมเงินประจำตำแหน่ง ทำให้เสียเปรียบข้าราชการอื่น จึงเสนอให้นำเงินวิทยฐานะเข้ามาคำนวณแทนเงินประจำตำแหน่ง เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน สำหรับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาที่นำมาคำนวณเงินก้อนตามมติ ครม.นั้น หมายถึงเงินประจำตำแหน่งตาม พ.ร.บ.เงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง พ.ศ.2538 ซึ่ง พ.ร.ฎ.การได้รับเงินประจำตำแหน่งของข้าราชการและผู้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร ซึ่งไม่เป็นข้าราชการ พ.ศ.2538 กำหนดให้ข้าราชการได้รับเงินประจำตำแหน่งในอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว ดังนั้น อัตราเงินประจำตำแหน่งที่ใช้ในการคำนวณเงินก้อน จึงเป็นอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว ในกรณีของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาจึงควรยึดหลักการเดียวกันกับ พ.ร.ฎ.การได้รับเงินประจำตำแหน่งฯ โดยให้คำนวณเงินประจำตำแหน่งในอัตราสูงสุดเพียงอัตราเดียว
นายพิษณุ ตุลสุข ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีของข้าราชการครูที่เข้าร่วมโครงการเออร์ลี่ รีไทร์ เพราะทำให้มีเงินก้อนเพิ่มมากยิ่ง
ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สูตรการคำนวณเงินก้อนของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษายังคงใช้สูตรเดิม โดยให้เลือกคำนวณจากอัตราค่าตอบแทนสูงสุดเพียงอัตราเดียว ระหว่างเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ หรือเงินประจำตำแหน่งบริหาร ซึ่งผู้บริหารที่มีตำแหน่งทางวิชาการมักจะเลือกค่าตอบแทนในส่วนของเงินประจำตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ศาตราจารย์ เพราะตัวเงินจะสูงกว่า แต่ผู้บริหารที่ยังไม่ถึงศาสตราจารย์ก็อาจจะเลือกใช้อัตราเงินประจำตำแหน่งบริหารมาใช้คำนวณ ส่วนที่ ครม.อนุมัติให้ข้าราชการครูใช้เงินวิทยฐานะมาคำนวณเงินก้อนได้ ตนมองว่ามีความยุติธรรมดี เพราะที่ผ่านมาการคำนวณเงินก้อนให้ข้าราชการครูจะคำนวณจากเงินเดือนเท่านั้น
หน้า 22
ข้อมูลจาก มติชน
