กิ๊กก๊อก ข่าว |
กิ๊กก๊อก Link |
|
|
จี้ขยายเพดานจำนำข้าว7แสน
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า การรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ล่าสุดพบปัญหา 2 ประเด็นที่ธ.ก.ส.ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขด่วน คือธ.ก.ส.กำหนดเพดานจำนำข้าวไม่เกิน 350,000 บาทต่อรายต่อรอบการผลิต ซึ่งทางสมาคมชาวนาไทยเห็นว่าน้อยกินไป และจำนวนเงินการรับจำนำที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ไม่เกิน 700,000 บาทต่อรายต่อรอบการผลิต ทั้งนี้เพราะส่วนใหญ่ชาวนา ทำนากันประมาณ 50-60 ไร่ หากได้ผลิตที่ประมาณ 50 ตัน โดยคิดราคาจำนำที่ 14,000 บาท/ตัน ก็จะมีสิทธิ์ได้เงิน 700,000 บาท ดังนั้นหากธ.ก.ส.ไม่ขยายเพดานบนของการรับจำนำข้าว ชาวนาก็จะนำข้าวเข้าโครงการได้เพียง 50% เท่านั้น อีก 50% ก็ต้องขายแก่พ่อค้าข้าวเปลือกตามเดิม และ2.ต้องเพิ่มโรงสีที่เข้าร่วมโครงการ ให้มากกว่านี้ เพราะหากมีโรงสีมากกระจายในทุกพื้นที่ ชาวนาจะสะดวกและลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งข้าวเปลือกไปโรงสี อีกทั้งลดระยะเวลาการไปเข้าคิวตามขั้นตอนการรับจำนำด้านนายประเสริฐ บำรุงผล ประธานชมรมโรงสีข้าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า ผู้ประกอบการโรงสีหลายแห่ง อยู่ระหว่างการตัดสินใจที่จะเข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวกับรัฐบาล เพราะเงื่อนไขต่างๆ ที่รัฐบาลกำหนดบีบบังคับโรงสีมากเกินไป พร้อมขอให้ยกเลิกข้อกำหนด อาทิ ยกเลิกสต๊อกข้าวที่อยู่ในโรงสี 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการสั่งสีแปรสภาพข้าวแล้วต้องนำข้าวไปเก็บยังโกดังกลางของอคส. เพราะเชื่อว่าผู้ค้าส่งออกจะต้องปฏิเสธข้าวในล็อตนี้ โดยอ้างว่าไม่ได้คุณภาพ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ข้าวไม่เสียหายและรัฐบาลไม่ขาดทุน คือจะต้องเร่งขายข้าวที่เข้าร่วมโครงการนี้ออกไปยังต่างประเทศโดยเร็วที่สุด นายผิน ธนะรัตน์ เจ้าของโรงสีข้าวอยุธยาไรซ์ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า โรงสีทุกแห่งไม่มีการกดราคารับซื้อข้าวจากชาวนาตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ โดยเฉพาะเรื่องการวัดค่าความชื้น แต่เจ้าของโรงสีมีขั้นตอนและกระบวนการในการรับซื้อข้าวอย่างสมเหตุสมผล นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาให้กับโรงสีข้าว 2 ข้อ คือสั่งสีข้าวเปลือกที่เข้าร่วมโครงการให้เร็วขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 3 ครั้ง เพราะจะได้มีเงินทุนหมุนเวียนในการรับซื้อข้าว และการระบายข้าวที่ค้างอยู่ในสต๊อกของรัฐบาลจะต้องทำอย่างรวดเร็ว หากเป็นไปได้จะต้องค้าขายกับต่างประเทศในลักษณะรัฐต่อรัฐ เพราะจะทำให้ข้าวไม่เสียและไม่เกิดการสูญหาย หน้า 30
ข้อมูลจาก ข่าวสด

|
|
|
|