ปัญหาเทปผีซีดีเถื่อนที่รุมเร้าตลอดจนเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้วงการเพลงเกิดภาวะหงอยเหงา ยอดเทป-ซีดี ที่เคยทำรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนศิลปินสร้างตัว ร่ำรวยได้ วูบลงจนยากจะคาดเดาจากยอดที่เคยขายทะลุล้าน เหลือเพียงแค่หลักพัน แม้กระทั่งยอดจากการดาวน์โหลดที่เคยหวังได้ ปัจจุบันเทคโนโลยีก็ทำให้คนหัวหมอหาวิธีตัดต่อเสียง โหลดเถื่อนมาฟังเองได้ โดยที่ไม่ต้องเสียสตางค์
เหล่านี้จึงเป็นที่วิพากษ์ว่าการเป็นศิลปินออกเทป ไม่สามารถยึดเป็นอาชีพเลี้ยงตัวได้เหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป ศิลปินต้องหันไปทำอาชีพเสริมเพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการกระโดดไปแสดงหนัง ละคร เปิดร้านอาหาร ทำห้องซ้อม-ห้องบันทึกเสียงให้เช่า เป็นต้น
แต่ในความเป็นจริงศิลปินออกเทปอยู่ได้หรือไม่ หรือมีหนทางใดดิ้นตายบ้าง ต้องถามเจ้าตัวถึงจะรู้ดีที่สุด
ป้าง นครินทร์ กิ่งศักดิ์ นักร้องชายที่คว่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมานาน เคยให้สัมภาษณ์แบบปลงๆ ว่า
ผมเองก็เคยคิดจะหยุดทำเพลงเหมือนกันด้วยเหตุผลเพราะท้อกับวงการเพลงที่ย่ำแย่ลงทุกวันๆ ยอดขายรวมลดลงเรื่อยๆ มีการละเมิดลิขสิทธิ์แบบใหม่ มีเทคโนโลยีแบบใหม่ ที่ทำให้การดาวน์โหลดง่ายขึ้น เวลาอ่านข่าวผมก็จะคิดว่า แล้วเราจะไปได้อีกสักกี่น้ำ คือตรงนี้มันเป็นอาชีพหลักของผม ผมไม่ได้ทำอาชีพอื่นๆ เลย พอมีข่าวก็ฉุกคิดว่าเราจะทำอาชีพนี้ได้อีกนานหรือเปล่า
เมื่อก่อนเวลามีคนถามผมว่าจะทำงานตรงนี้อีกนานแค่ไหนผมจะตอบทันทีว่า จะทำไปจนแก่ แต่ตอนนี้ตอบไม่ได้ละ เพราะไม่รู้จริงๆ ถามว่าทำงานตรงนี้แล้วมีความสุขไหม มันมีความสุขมาก แต่ก็มีเสียวเหมือนกัน เลยต้องคิดเผื่อไว้ว่า จะทำอาชีพอะไรดีหากทำตรงนี้ต่อไปไม่ได้ ถ้าไปทำอะไรที่เกี่ยวกับ
ดนตรีก็ไม่ใช่การแก้ปัญหายังไงเสียก็ต้องมาเจอปัญหาเดิมอยู่ดี ปัญหาเหล่านี้มันมากเกินจนไม่สนุก จนขี้เกียจพูด ว่าไงก็ว่าตามกัน ถ้าจะต้องเลิกก็เลิก
แหม่ม พัชริดา วัฒนา และปุ้ม อรวรรณ เย็นพูนสุข สองนักร้องที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการเพลงมายาวนานถึง25 ปี ให้ความเห็นว่า
ฟันธงเลยว่า ณ ปัจจุบัน เราไม่สามารถที่จะยึดการเป็นนักร้องออกเทปเป็นอาชีพหลักได้เลย ถามว่าถ้าได้ออกเทปเราก็สามารถหารายได้จากโชว์ต่างๆ เข้ามาทดแทนรายได้ในส่วนยอดขายได้ มันทดแทนได้จริง แต่อย่าลืมว่า ถ้าจะมีโชว์คุณต้องดัง นักร้องออกมา 10 เบอร์จะมีสัก 1 เบอร์เท่านั้นที่ดังและมีโชว์วิ่งเข้ามาหา ซึ่งถ้าสัดส่วนแบบนี้เปอร์เซ็นต์ทางสถิติมันคือล้มเหลว มันตอบโจทย์ไม่ได้ว่านี่คืออาชีพ
จากหลายปีที่ผ่านมาเอาตัวเองเป็นตัวอย่างก็ได้เมื่อก่อนออกเทปไปหนึ่งชุด นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ผลตอบแทนมันกลับมาทำให้เราอยู่ได้ไปอีกหลายปี วันนี้นอกจากผลตอบแทนไม่พอแล้ว เรายังต้องควักเงินส่วนตัวไปเพิ่มให้อีก ฉะนั้นนักร้องทุกวันนี้คุณต้องมีความสุขที่จะทำจริงๆ และต้องเต็มใจที่จะเจอความลำบาก หรือไม่ก็ต้องไปเป็นนักร้องกลางคืน มาหวังว่าออกเทปแล้วจะมีรายได้เหมือนเมื่อก่อนยุคนี้ไม่มีทาง เรื่องงานจ้าง งานโชว์เหมือนกัน นักร้องใหม่ๆ มีขึ้นมาตลอด ถ้าทุกคนคิดแบบเดียวกัน หวังแต่งานจ้าง เศรษฐกิจก็แย่อยู่แล้ว ทุกคนยังมาหวังเหมือนกันหมดอีก มันเป็นไปไม่ได้
ด้านสามหนุ่มวงฟรายเดย์ กลับให้ความเห็นแบบตรงกันข้ามอย่างน่าคิดว่า
ถ้ามองโดยรวมคงเป็นอย่างนั้น การเป็นนักร้องออกเทปคงยึดเป็นอาชีพไม่ได้ในยุคนี้ แต่พวกผมที่ทำงานอยู่ตรงนี้ไม่อยากคิด เรากลับมองว่า งานศิลปะทั้งหลายมันต้องเริ่มจากความรัก แล้วจึงเป็นอาชีพได้ ถ้าไม่มีความสุขมันก็ทำได้ไม่ได้ ในแง่ของการอยู่ได้เชื่อว่า มันต้องมีหนทางของมัน มันไม่มีทางที่ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง นักดนตรี จะหมดไปจากโลก ยังไงมันก็ต้องมี เพียงแค่มันจะปรับเปลี่ยนไปอย่างไรเท่านั้น
เอาตรงๆนะ สำหรับพวกผมรายได้จากยอดเทป ยังทำให้พวกผมอยู่ได้ เป็นรายได้หลักในการดำรงชีวิตได้อยู่ แต่ต้องเป็นลักษณะขายเองนะ เพราะพวกผมเชื่อว่า เราก็มีกลุ่มแฟนที่เหนียวแน่น ซึ่งต้องย้อนกลับไปว่า ที่ผ่านมาเราต้องทำงานออกมาอย่างไรถึงจะทำให้มีแฟนเหนียวแน่น ไม่ใช่แค่ทำงานหลอกไปเป็นชุดๆ การที่เราทำงานออกมาให้ดี เป็นที่ยอมรับ มันเป็นเรื่องของวิกฤติศรัทธา เหมือนเราต้องเข้าใจด้วยว่า เพราะอะไร ทำไมคนถึงไม่ซื้อซีดีของเรา
ทั้งนี้เราต้องยอมรับว่า เราเองก็ต้องลดต้นทุนบางอย่าง เช่น อาจจะไม่ต้องไปทุ่มกับการโปรโมทมาก ต้องทำแบบเศรษฐกิจพอเพียง พวกผมเชื่อว่า มันต้องมีวิถีทางเดินไปข้างหน้า แต่จะให้อู้ฟู่เหมือนเมื่อก่อนคงไม่ใช่ ฟรายเดย์เองก็เป็นตัวอย่างที่ไม่เคยขายได้อย่างถล่มทลายเลยสักครั้ง แต่เรารู้ว่าเรามีความสุขกับมันที่สุดแล้ว เรารู้ว่านี่ คือตัวตนที่เราต้องการทำมันจริงๆ ทำให้ทุกวันนี้เรายังอยู่ได้
ถ้าหากทุกคนคิดว่าเข้ามาเพราะอยากดังและรวย คิดแบบนั้นก็เจ็บตัวตั้งแต่แรกแล้ว วงการเพลงทุกวันนี้มันไม่ใช่โอเอซิสที่จะเข้ามาตักตวงได้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เราต้องคิดว่า เราเข้ามาเพราะอยากทำอะไรดีๆ ให้คนอื่นๆ ฟัง มีความสุขที่จะเล่นดนตรี ดีกว่าคิดรวย พวกผมเชื่อว่า ไม่ว่าอาชีพอะไร ถ้าเราคิดแค่จะทำเพราะอยากรวยมันก็แย่อยู่ดี เราจะต้องรักและภูมิใจกับสิ่งที่เราทำ แล้วทุกอย่างมันจะตามมาเอง
และนี่คือหลากหลายความเห็นจากบุคคลที่อยู่ในวิถีของอาชีพนักร้องออกเทปต่อสภาวะการณ์ปัจจุบันน้องๆ รุ่นใหม่ที่ใฝ่ฝันจะเข้ามาในวงการนี้ คงต้องตรึกตรองให้มากว่า แท้จริงแล้วที่อยากเข้ามาเพราะอะไรกันแน่...
สิริรัตน์ แซ่เบ๊
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
