"ฟลุค-เกริกพล" ออกมาโต้อีกรอบหลังแยกทาง "โบ-ชญาดา" ยันไม่เกี่ยวกับสาวต่างชาติที่มีภาพ-ข่าวแพร่ในเน็ต โต้เรื่องท้องแล้วแท้งก็ไม่เป็นความจริง ย้ำเป็นแค่เพื่อนกันและไม่ได้คิดจะคบฝรั่งเป็นแฟน ด้าน "โบ" ไม่รับรู้จะขอดูแลลูกอย่างเดียว ส่วนคดีแย่งลูก ระหว่าง "เป้ ไฮร็อก" กับ "ษา-วรรณษา" ล่าสุดขึ้นศาลและตกลงกันได้ด้วยดีความคืบหน้ากรณีเตียงหักรักล่มของคู่ฮอตในวงการ "ฟลุค-เกริกพล" กับพิธีกรสาว "โบ" ชญาดา มัสยวาณิช" โดยฝ่ายชายออกมายอมรับก่อนว่าแยกกันอยู่มานาน 2 ปีแล้ว ล่าสุด "โบ-ชญาดา" ออกมายอมรับแล้วเช่นกัน และเมื่อเวลา 15.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ "บลู-โอ ริธึ่ม แอนด์ โบว์ล เอสพลานาด" ชั้น 4 ศูนย์การค้าเอสพลานาด ถ.รัชดาภิเษก มีการจัดงาน "เมเจอร์ โบว์ล เทรนดี้ สตาร์ แชริตี้" ฉลองครบรอบ "10 ปีเมเจอร์ โบว์ล ฮิต" โดยในงานมี "ฟลุค" เกริกพล มัสยวาณิช ร่วมโยนโบว์ลิ่งการกุศลครั้งนี้ด้วย
กระทั่งเวลา 18.00 น. หลังงานเสร็จสิ้นลง "ฟลุค" ให้สัมภาษณ์เรื่องแยกทางกับภรรยาสาว "โบ-ชญาดา" อีกครั้ง เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกอย่างไรบ้างหลังจากที่ออกมาประกาศว่าแยกทางกับ "โบ-ชญาดา" พระเอกฉายาคาสโนว่า กล่าวว่า สบายใจขึ้นที่ไม่ต้องโกหกอีกต่อไปแล้ว แต่ก็ยังเสียใจอยู่ หลังจากที่ได้พูดไปถ้าเป็นวงในเพื่อนสนิทกันจริงๆ จะทราบอยู่แล้ว แต่เพื่อนที่สนิทกลางๆ ก็จะตกใจเล็กน้อย ก็มีโทร.มาถามเยอะเหมือนกัน แต่ที่เยอะที่สุดก็คงเป็นญาติๆ ส่วนใหญ่เขาจะอยากให้กลับมาคืนดีกัน ซึ่งตนก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติของผู้ใหญ่
เมื่อถามว่าได้ฟังภรรยาสาว "โบ-ชญาดา" ออกมาเปิดใจหรือไม่ "ฟลุค" กล่าวว่า ไม่ได้ฟัง แต่ได้คุยกันก่อนว่าเขาจะพูดอย่างไร เขาโทร.มาปรึกษาว่าจะพูดอย่างไรดี ต่อข้อถามถึงผลกระทบต่อ "น้องอชิ" ลูกชาย พระเอกคนดัง กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่มีผล น้องอชิเองก็ยังไม่ได้รู้เรื่องว่าพ่อแม่แยกทางกันยังไง เพราะเราทำตัวปกติต่อหน้าลูก และวันที่ 13 ธ.ค. จะมีงานที่น้องอชิขึ้นเวทีที่โรงเรียน ตนก็ไปอยู่แล้ว อาทิตย์หน้าก็อาจจะไปต่างจังหวัดด้วยกัน ตอนนี้รออยู่ว่าโบจะว่างหรือไม่ เราสองคนเชื่อว่าผลกระทบจะเกิดขึ้นกับลูกก็ต่อเมื่อเราทำให้ลูกขาดความอบอุ่น แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน
"ตอนนี้เรียกว่าเป็นช่วงที่ตนดีที่สุดในรอบ 2 ปี คุยกันเยอะที่สุด เหมือนเราเข้าใจกันมากขึ้นและเปิดอกคุยกัน ส่วนโอกาสที่จะกลับมาเริ่มกันใหม่ยังตอบไม่ได้ อนาคตผมไม่รู้จริงๆ วันที่เราแต่งงานกันก็มีความสุขกันดี มีคนมาร่วมยินดีและดีใจกับเราเยอะ เราก็หวังว่ามันจะดีอย่างนั้นไปเรื่อยๆ แต่สามปีให้หลังก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เราสองคนรู้สึกว่ามันไม่ใช่" ฟลุค กล่าวและว่า ที่เราแต่งงานกันเพราะเรารักกัน เพียงแต่มันเข้ากันไม่ได้ แต่ไม่ได้หย่ากัน ตอนนี้เราก็ยังไม่มีใครจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหย่า การหย่าเป็นเรื่องรุนแรง
ผู้สื่อข่าวถามว่าหลายคนตั้งข้อสังเกตว่าที่พูดออกมาเป็นเพราะ "ฟลุค" ต้องการจะคบหาจริงจังกับผู้หญิงคนใหม่ "ฟลุค" กล่าวว่า ไม่ใช่ประเด็นหลักเลย ประเด็นคือเราไม่อยากจะตบตาโกหก ตนเป็นคนตรงๆ ช่วงเวลาที่ผ่านมาอึดอัดและเหนื่อยมาก ยิ่งช่วงหลังที่เริ่มมีข่าวกับผู้หญิงคนนั้นคนนี้คนก็จะมองว่าตนไปเจ้าชู้ทั้งที่มีภรรยาแล้ว ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตอนนั้นตนกับโบเราแยกกันแล้ว
เมื่อถามว่าล่าสุดมีภาพจูบกับชาวต่างชาติ พระเอกคนดังกล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไร ภาพนั้นออกมาเมื่อ 2 เดือนที่แล้ว หลายคนอาจจะมองว่าแรงแต่ตนไม่คิดแบบนั้น เราไม่ได้มีอะไรกัน เป็นเพื่อนกันเฉยๆ เป็นการถ่ายภาพเล่นๆ ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าล่าสุดมีข่าวแพร่กระจายในอินเตอร์เน็ตว่าสาวฝรั่งที่มีข่าวด้วยตั้งท้อง "ฟลุค" ตอบด้วยน้ำเสียงตกใจว่า "จริงเหรอ ไม่มีหรอก หรือถ้ามีลูกก็คงน่ารักดี (หัวเราะ)"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายคนมองว่าสาวฝรั่งคนนี้เป็นสาเหตุที่ทำให้ "ฟลุค" ออกมาประกาศว่าแยกทางกับโบ พระเอกคาสโนว่า กล่าวว่า ไม่ใช่เลย เราเลิกกันมา 2 ปีแล้ว ข่าวกับผู้หญิงทั้งหลายของตนเพิ่งมีมาไม่ถึง 6 เดือน และถ้าถึงขนาดที่ว่าผู้หญิงคนนั้นท้องแล้วทำให้บอกเลิกโบก็คงไปกันใหญ่ ผู้สื่อข่าวกล่าวว่า ข่าวแรงถึงขั้นที่ว่าสาวฝรั่งคนนั้นแท้งลูกแล้วด้วย "เหรอ ถ้าเขาแท้งลูกแล้วผมจะเลิกกับโบทำไม ผมบอกเลยว่าผมไม่ได้มีใคร ไม่มีแฟน ฝรั่งคนนี้เป็นแค่เพื่อนกันจริงๆ ผมไม่ได้คิดจะคบฝรั่งเป็นแฟน"
ทางด้าน "โบ-ชญาดา" กล่าวหลังออกมารับเรื่องแยกทางกับฟลุคว่า โบรู้สึกว่าข่าวที่เกิดขึ้น ทำให้เรียนรู้ว่าใครที่จริงใจ ใครที่รัก โบ ฟลุค และน้องอชิ รู้สึกซาบซึ้งใจจริงๆ และขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจ ทำให้รู้สึกว่าเราต้องมองให้ไกล มองให้กว้างว่าชีวิตคนเราสิ่งที่สำคัญที่สุดของคนเป็นแม่นั่นคือลูก และครอบครัว
ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ "ฟลุค-เกริกพล" บอกว่าอยากมีลูกสาว แต่โบไม่พร้อม ทำให้เป็นปัญหาด้วยหรือเปล่า "โบ" กล่าวว่า "ใช่ค่ะ ฟลุคเขาอยากมี แต่เราต้องดูความเป็นจริงด้วย ถ้าถามว่าอยากมีลูกสาวไหม แน่นอนเรารักน้องอชิ เราก็อยากให้น้องอชิมีน้องโดยเฉพาะน้องสาว แต่ความเป็นจริง ถ้าเรามีลูกแล้วเราไม่สามาารถทำหน้าที่ได้ดี 100% และโบเองที่เป็นแม่ ต้องรับหน้าที่หนักกว่าคนเป็นพ่ออยู่แล้ว ถ้ามีลูกอีกคนแล้วโบไม่สามารถที่จะทุ่มเทเวลาได้เท่าน้องอชิ โบคิดว่ามีลูกคนเดียวแล้วเลี้ยงคนให้ดีก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด"
ส่วนความคืบหน้าของรักร้าวอีกคู่ระหว่าง "เป้ ไฮร็อก" กับ "ษา-วรรณษา" เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน ที่ศาลแขวงจังหวัดนนทบุรี แผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ถ.รัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี นายสุรัช ทับวัง หรือ "เป้ ไฮร็อก" นักร้องชื่อดังพร้อมด้วยทนายเดินทางมาเพื่อฟังข้อไกล่เกลี่ยตกลงในเรื่องการขอดูแลบุตรชาย ด.ช.วาคิม วงษ์ทอง หรือ "น้องเซเด" ที่ได้ยื่นร้องต่อศาลไว้เมื่อวันที่ 26 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีวรรณษา หรือ ษา ทองวิเศษ ดารานางแบบชื่อดังได้เดินทางมาศาลพร้อมทนายความเช่นกัน
เมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงที่ศาล ทั้งหมดได้ขึ้นไปที่ชั้น 5 เป็นห้องที่ทางศาลได้นัดทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ยกัน โดยทางศาลมีนางประกายรัตน์ ต้นธีรวงศ์ ผู้พิพากษาสมทบศาลแขวงนนทบุรีแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว เป็นผู้นัดเจรจาไกล่เกลี่ยให้กับทั้งสองฝ่าย ในการเจรจาไกล่เกลี่ยในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณเกือบ 5 ชั่วโมง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะตกลงกันได้ ศาลจึงได้พิจารณาคดีตามที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบในทันที
สุรัช ทับวัง หรือ "เป้ ไฮร็อก" กล่าวว่า วันนี้รู้ สึกสบายใจเป็นอย่างมาก ที่ได้ความรู้สึกทุกอย่างกลับคืนมา เพราะได้สิทธิความเป็นพ่อของลูกกลับคืนมาแบบภาคภูมิใจ มีโอกาสได้เจอลูก หลังจากที่รอคอยมาเป็นปี อย่างน้อยในวันเด็กทุกปี จะมีโอกาสได้เจอลูก พาลูกไปเที่ยวบ้าง ก็มีความสุข อย่างน้อยลูกมาเรียกว่า พ่อ ก็รู้สึกดีใจแล้ว และพอใจกับคำตัดสินของศาล หลังจากนี้ไปก็จะนัดทางฝ่ายษาไปจดทะเบียนรับรองสิทธิความเป็นพ่อของน้องเซเด ตามที่ได้ตกลงกันในชั้นศาลต่อไป ถือว่าในวันนี้ทุกอย่างจบลงด้วยดี เป็นไปตามที่ต้องการคือมีโอกาสได้พบลูก อยู่กับลูกบ้าง และมีสิทธิความเป็นพ่อถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนจะให้ลูกใช้นามสกุลใครนั้น คงต้องมีการตกลงกันอีกทีหนึ่ง
ด้าน "วรรณษา" กล่าวว่า เมื่อศาลตัดสินออกมาแล้ว ก็ไม่มีอะไร สบายใจมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาตนเองอาจจะเครียด อาจจะกลัว ระแวงมากเกินไป ยอมรับว่าคิดหนัก จึงต้องทำอย่างนั้นเพราะต้องป้อง กันไว้ จนเมื่อได้มาตกลงพูดคุยกันแล้ว เขาก็ไม่ได้เป็นไปแบบที่คิด ทำให้ปัญหาทุกอย่างยุติลงด้วยดี เพราะต่างคนก็ต่างรักลูกไม่น้อยไปกว่ากัน ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกันนั้น ก็คงไม่มีอะไรแล้ว ต่างคนต่างก็ดำเนินชีวิตกันไป และตนจะดูแลน้องเซเดให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการตกลงไกล่เกลี่ยกันในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ โดยให้ทางฝ่ายชายมีสิทธิ์ในการเป็นบิดาที่ถูกต้องโดยชอบด้วยกฎหมาย มีสิทธิ์ไปเยี่ยมบุตรหรือให้บุตรอยู่ในความดูแลได้อาทิตย์ละหนึ่งวัน ส่วนอีก 6 วันที่เหลือเด็กจะอยู่ในความดูแลของฝ่ายหญิงผู้เป็นแม่ นอกจากนี้ทางฝ่ายชายจะต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูบุตรตามที่ตกลงกันไว้คือ เมื่อบุตรชายอายุ 1-5 ขวบ เดือนละ 5 พันบาท 6-12 ปี เดือนละ 7 พันบาท 13-18 ปี เดือนละ 9 พันบาท 18-20 ปี เดือนละ 1 หมื่นบาท จนบรรลุนิติภาวะ ส่วนค่าใช้จ่ายจำเป็นต่างๆ เช่น ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาลนั้นให้ทั้งสองฝ่ายช่วยกันออกคนละครึ่ง
ข้อมูลจาก ข่าวสด
