ผอ.สำนักภาพยนตร์และวีดีทัศน์ กระทรวงวัฒนธรรมเผยทุกค่ายหนังต้องยื่นก.ก.เซ็นเซอร์ตรวจเนื้อหาน.ส.อมรรัตน์ เทพกัมปนาท ผอ.สำนักภาพยนตร์และวีดีทัศน์ กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.เป็นต้นไป ผู้ประกอบการภาพยนตร์ทุกเรื่องจะต้องมาขอยื่นตรวจเนื้อหาต่อคณะกรรมการเซ็นเซอร์ ทั้งภาพยนตร์ที่ฉายโรงภาพยนตร์ทั่วไป และภาพยนตร์ในรูปแบบวีซีดี ดีวีดี ทุกเรื่อง หากใครไม่ปฏิบัติตามถือว่าผิดกฎหมาย พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ภาพยนตร์ที่เป็นอันตรายต่อความมั่นคงต่อประเทศไทย บ่อนทำลายสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ห้ามฉายในประเทศไทยเด็ดขาด ซึ่งคณะกรรมการเซ็นเซอร์จะตรวจเนื้อหาภาพยนตร์ทุกวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี เริ่ม10 มิถุนายนนี้ โดยยึดแนวทางการตรวจของ สตช. อยู่ซึ่งจะไม่เกิดสุญญากาศอย่างแน่นอน
"ส่วนที่มีคนกังวลว่าการเซ็นเซอร์จะเป็นการจำกัดทางความคิดของผู้ผลิตภาพยนตร์นั้น ไม่เป็นความจริง เพราะตาม พ.ร.บ.ภาพยนตร์ฯ นั้นผู้สร้างไม่จำเป็นต้องส่งบทภาพยนตร์ให้ตรวจก่อน เมื่อมั่นใจกับเนื้อหาตัวเองก็สามารถลงมือสร้างภาพยนตร์ให้เสร็จก่อน จากนั้นค่อยนำเนื้อหาทั้งหมดมาให้คณะกรรมการเซ็นเซอร์ตรวจและจัดเร็ตติ้ง หากพบเนื้อหาไม่เหมาะสม จะต้องสั่งตัดฉากนั้นๆออก นำไปฉายได้ นอกเสียจากทางผู้สร้างไม่แน่ใจว่าบทภาพยนตร์ตัวเองจะมีปัญหา จะส่งให้คณะกรรมการเซ็นเซอร์ตรวจก่อนก็ได้ หลังจากสร้างภาพยนตร์เสร็จค่อยนำมาตรวจอีกครั้ง ทั้งนี้ ผู้ที่ไม่ปฎิบัติตามกฎหมายดังกล่าวมีโทษสูงสุด อาทิ โรงฉายภาพยนตร์ที่มีใบอนุญาตแต่ไม่แสดงไว้ในที่เปิดเผย ปรับวันละ 20,000 บาท เปิดโรงภาพยนตร์โดยไม่มีใบอนุญาต ปรับตั้งแต่ 200,000 -1,000,000 บาท ฉาย ให้เช่าภาพยนตร์โดยไม่มีใบอนุญาต ปรับ200,000 -1,000,000 บาท สร้างภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาบ่อนทำลายต่อชาติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวจะใช้ปฎิบัติจริงหลังประกาศใช้ พ.ร.บ.ภาพยนตร์ 90 วัน" ผอ.สำนักภาพยนต์และวิดีทัศน์ กล่าว
ข้อมูลจาก ข่าวสด
