ตลอด 10 ปีที่ทำงานในวงการหนังไทย ผู้กำกับ ยุทธเลิศ สิปปภาค ทำหนังอยู่หลากหลายแนวทีเดียว แต่ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นหนังตลกประเภทเอะอะมะเทิ่งอาทิ มือปืน/โลก/พระ/จัน, บุปผาราตรี1-2, สายล่อฟ้า, โกยเถอะเกย์ ทว่าหนังตลกเหล่านี้ต่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นเหมือนลายเซ็นของยุทธเลิศ คือ พล็อตหนังที่เต็มไปด้วยสถานการณ์มากมาย และตัวละครหลากหลายบุคลิกหรือไม่ก็มีที่มาที่ไปต่างกันอย่างสุดขั้ว ซึ่งความสนุกในหนังของยุทธเลิศ อยู่ที่การสร้างเงื่อนไขประเภทจับแพะชนแกะ และความชุลมุนอลหม่านนำพาให้ตัวละครเหล่านี้มาเจอกัน และช่วยกันฟันฝ่าอุปสรรคทั้งมวลไปสู่จุดหมายปลายทางได้สำเร็จ แต่ในผลงานที่ผ่านมาทั้งหมดของยุทธเลิศมีอยู่ 2 ใน 7 เรื่องที่เป็น ''''''หนังรัก'''''' และหนังรักทั้งสองเรื่องนี้ ต่างมีความน่าสนใจแตกต่างกันไปในระดับหนึ่ง...
กระสือวาเลนไทน์ ดูจะให้น้ำหนักของการเป็นหนังสยองขวัญมากกว่าหนังรัก แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดมากมายทั้งพล็อตหลัก พล็อตรอง มีการเชื่อมโยงความเชื่อในพุทธศาสนาที่ว่าด้วยผลกรรมเข้ากับโศกนาฏกรรมความรักได้อย่างสนิทแนบแน่น มีการดำเนินเรื่องคู่ขนานกันไปในภพก่อนและปัจจุบัน ก่อนจะขมวดเกลียวและเฉลยปมทุกอย่างในตอนท้ายได้น่าสะเทือนใจ ที่สำคัญ ยุทธเลิศ ยังใช้วิธีเชื่อมแต่ละซีเควนซ์ ด้วยการขึ้นแคปชั่นคำสอนในพระพุทธศาสนา และทำแบบเดียวกันนี้อีกครั้งในหนังเรื่อง โกยเถอะเกย์...แต่ถ้าย้อนกลับไปหลายปีก่อนหน้านั้น ยุทธเลิศเคยทำหนังรักพล็อตน้อยๆ และมีตัวละครไม่กี่คนในเรื่อง กุมภาพันธ์ ที่มาพร้อมประโยคว่า ''''''Do You Believe in Destiny'''''' กับการตั้งคำถามถึงโชคชะตาในความรักของหนุ่มสาวพลัดถิ่นผู้ใช้ชีวิตอย่างหงอยเหงาในมหานครนิวยอร์ก ดินแดนที่ความรักของพวกเขาเริ่มต้นและจบลงที่นี่ เส้นเรื่องของ กุมภาพันธ์ ดูจะเบาบาง รวมทั้งรายละเอียดของพล็อตก็ค่อนข้างโหวงเหวงและออกแนวซ้ำซากกับหนังโรแมนติกดราม่าทั่วไป ซึ่งถ้ามองจากเวลานั้นประสบการณ์ทำหนังแค่เรื่องที่สองของยุทธเลิศ อาจเป็นความพลั้งพลาดที่คนทำไม่ได้เจตนา และจากนั้นมา ยุทธเลิศไม่เคยกลับไปทำหนังรักอีกเลย ตลอดเวลา 3-4 ปี (ยกเว้นกระสือวาเลนไทน์) หนังแต่ละเรื่องของเขาเต็มไปด้วย บู๊ตลก, ตลกวิ่งหนีผี, ผีเกย์
มาถึง รัก/สาม/เศร้า ยุทธเลิศกลับไปทำหนังในแนวทางเดียวกับ กุมภาพันธ์ คือหนังรักที่มีพล็อตน้อยๆ แต่ปล่อยให้คนดูซึมซับไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อยๆ เล่าผ่านไปอย่างเชื่องช้า มีพัฒนาการคืบหน้าแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่หนังรักหวือหวา วูบวาบ มีฉากโรแมนติกจี๊ดจ๊าดเหมือนหนังรักหลายๆ เรื่องของค่ายจีทีเอช แต่การกลับมาทำหนังรักครั้งนี้ พล็อตที่น้อยของ รัก/สาม/เศร้า หาได้เป็นอุปสรรคในการติดตามเรื่องราว หากแต่ช่องว่างเหล่านี้กลับเป็นการปล่อยให้ผู้ชมได้ทำความรู้จักและผูกพันกับตัวละครทีละน้อย และรู้สึกร่วมไปกับชะตากรรมความรักของ น้ำ, ฟ้า และ พายุ
รัก/สาม/เศร้า ท้าทายคนดูถึงขั้นเฉลยบทสรุปของตัวละครบางคนตั้งแต่เปิดเรื่อง และไม่อินังขังขอบกับการปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนสามคนเลยแม้แต่น้อย เพราะแค่นาทีแรกผู้ชมก็รู้แล้วว่า ใครแอบรักใคร และใครรู้สึกต่อกันอย่างไร แต่สิ่งที่ทำให้คนดูใจจดใจจ่ออยู่หน้าจอคือ พวกเขาจะแสดงออกอย่างไร และจะหาทางยุติความรักสามเส้าระหว่างเพื่อนได้อย่างไร...แม้โครงเรื่องจะดูหลักลอย และไม่ค่อยมีพล็อตรองมาช่วยสนับสนุนให้สถานการณ์เดินไปข้างหน้า แต่ รัก/สาม/เศร้า กลับพาเราให้หมกมุ่นไปกับตัวละครที่เต็มไปด้วยอารมณ์และความรู้สึกเก็บกดของคนที่แอบรัก, ช้ำใจเพราะถูกสลัดรัก, รักและทุ่มเทโดยไม่เคยตั้งความหวัง ที่สำคัญมันเป็นความหมกมุ่นที่ทำให้เรารักและเอาใจช่วยตัวละครทุกตัวให้หาทางออกของปัญหาได้สำเร็จ
ไม่เพียงวิธีการดำเนินเรื่อง ที่เลือกจะเล่าแบบเรียบง่ายค่อยเป็นค่อยไป แม้จะพบเจอเหตุการณ์พลิกผันในบางจังหวะ แต่ผู้กำกับยุทธเลิศนั้น ก็แม่นยำเหลือเกินในการคุมอารมณ์ของหนังให้คงเส้นคงวา ไม่หวือหวา ไม่ฟูมฟาย ไม่พยายามหาทางออกด้วยการสร้างเงื่อนไขหรือสร้างสถานการณ์ใดๆ เพื่อหักมุมจบแบบเอาใจ หากแต่ปล่อยให้ความสัมพันธ์ฉันเพื่อนและคนรักของทั้งสาม ชักจูงให้รู้สึกร่วมตามไปด้วยมากกว่า...ท้ายที่สุดเราอาจไม่สนใจว่าตัวละครคนไหนจะสมหวังในรัก และก็อาจไม่มีความหมายเท่ากับได้รู้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสาม ยังคงอยู่รอดตลอดไปหรือเปล่า?
นี่คือการแสดงที่น่าชมเชยของ ''''''ก้อย'''''' รัชวิน วงศ์วิริยะ ในบท ''''''น้ำ'''''' หญิงสาวที่เก็บกดในความรัก ''''''เป้'''''' อารักษ์ อมรศุภศิริ ในบท ''''''พายุ'''''' หนุ่มซื่อๆที่ความเป็นชาย ทำให้เขากล้าบอกรัก รวมทั้ง ''''''พีค'''''' ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ ในบท ''''''ฟ้า'''''' หญิงที่กล้าปฏิเสธความรักหากทำให้ความพันธ์ฉันเพื่อนสั่นคลอน...รัก/สาม/เศร้า ยังโดดเด่นในเรื่องของการควบคุมบรรยากาศ การจัดองค์ประกอบภาพและศิลป์ ที่ไม่ได้แค่ทำให้ภาพสวย เพลงเพราะ เหมาะกับหนังรักสักเรื่องเท่านั้น หากแต่เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึก มากกว่าแค่รู้เรื่องและดูสนุกเหมือนที่ผ่านๆ มาของ ยุทธเลิศ สิปปภาค บางทีหนังรักที่เรื่องน้อยๆ พูดน้อยๆ แต่รู้สึกถึงอย่างท่วมท้น ก็อาจเป็นที่จดจำมากกว่าเสียงหัวเราะดังๆ ก่อนจะมลายกลายเป็นอากาศธาตุโดยพลัน
ณัฐพงษ์ โอฆะพนม
khunpeejo@hotmail.com < mailto:khunpeejo@hotmail.com >
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
