การคุ้มกันเจ้าของกาสิโน เสมือนดังเกราะเหล็ก ยากที่จะเข้าถึงตัว ขนาดนายทหารมาเฟียใหญ่เมืองไทยเข้าไปร่วมเปิดกาสิโนแห่งใหม่ ฝั่งปอยเปตมีลูกน้องพกปืนไปด้วย ยังถูกนายทหารคุ้มภัยเจ้าของบ่อนล็อกตัวแบบไม่ให้เกียรติ สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่บิ๊กทหารคนนั้นเป็นอย่างยิ่งที่สุดแล้วนายวัฒนา อัศวเหม ประธานที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดินและอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็หลบหนีออกนอกประเทศตามความคาดหมาย
ไม่มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรณีการทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ที่สอบสวนมายาวนานก่อนมีคำพิพากษา
การหลบหนีครั้งนี้ศาลได้ออกหมายจับ และยึดเงินประกันกว่า 2 ล้านบาท พร้อมนัดมาฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 18 สิงหาคมที่จะถึงนี้ และหากไม่มาศาลก็จะอ่านคำพิพากษาลับหลังต่อไป
จากหลักฐานการสอบสวนคดีคลองด่านเท่าที่ปรากฏ เชื่อว่าโอกาสที่นายวัฒนาจะกลับมายืนอยู่หน้าบัลลังก์ฟังคำพิพากษานั้นว่ากันว่าแสนยากยิ่ง แม้แต่นายมั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวง
เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร คนสนิท ยังเชื่อว่านายวัฒนาจะไม่มาขึ้นศาลอย่างแน่นอนเนื่องจากกลัวติดคุกตอนแก่
หากย้อนดูเส้นทางอดีตถึงปัจจุบันของบุคคลผู้นี้ ต้องถือว่าไม่ธรรมดา จัดอยู่ในแถวหน้าแวดวงยุทธจักร มีธุรกิจหลากหลายประเภท ตั้งแต่เมืองหลวงยันถึงภาคเหนือจรดสามเหลี่ยมทองคำ ที่รู้จักมักคุ้นกันดีและทำเงินให้เขาอย่างมากคือ กาสิโน โรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ และโรงแรมปอยเปต รีสอร์ท ฝั่งประเทศกัมพูชา
การเข้ามาจับธุรกิจบ่อนการพนันเริ่มจากความสนิทชิดเชื้อกับนายพัด สุภาภา ผู้กว้างขวางคนหนึ่งของกัมพูชา ว่ากันว่าธุรกิจที่ทำเงินในประเทศนี้นับตั้งแต่พื้นที่ จ.เกาะกงยันกรุงพนมเปญ ปอยเปตจนถึงศรีโสภณ ส่วนใหญ่มีนายพัดเข้าไปถือหุ้นและมีสายสัมพันธ์ไปถึงสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรี ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดของรัฐบาลกัมพูชา
ขณะเดียวกันในอาณาจักรบ่อนกาสิโนปอยเปต ฝั่งตรงข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ของไทย ก็เป็นเขตอิทธิพลของนายก๊ก อาน อีกหนึ่งผู้กว้างขวางชาวกัมพูชา ซึ่งสนิทสนทกับนายวัฒนาเช่นกัน ในฐานะเจ้าของบ่อนใหญ่ 1 ใน 7 แห่งที่ทำเงินสูงสุด ที่ผ่านมาก็ได้รับการปฏิบัติอย่างสมเกียรติ ทั้งในฐานะเจ้าของบ่อนและนักการเมืองใหญ่ของไทย รวมถึงการมีทหารทั้งในและนอกเครื่องแบบ ซึ่งตั้งฐานอยู่โดยรอบพื้นที่คอยดูแลคุ้มครอง เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งของทหารเหล่านี้มาจากเบี้ยเลี้ยงของบ่อนกาสิโนนี่เอง
การคุ้มครองพร้อมคุ้มกันดูแลเจ้าของกาสิโน จึงเปรียบเสมือนดังเกราะเหล็ก ยากที่จะเข้าถึงตัวได้ ขนาดครั้งหนึ่งมีนายทหารยศพลเอก มาเฟียใหญ่เมืองไทย เข้าไปร่วมพิธีเปิดกาสิโนแห่งใหม่ ฝั่งปอยเปต โดยมีลูกน้องคนสนิทพกอาวุธปืนเข้าไปด้วย ยังถูกนายทหารกัมพูชาที่ดูแลคุ้มภัยเจ้าของบ่อนล็อกตัวไว้แบบไม่ให้เกียรติ กว่าจะเครียร์กันได้เรื่องก็ยาว สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่บิ๊กทหารคนนั้นเป็นอย่างยิ่ง
สายสัมพันธ์และอิทธิพลของนายวัฒนาเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะเก็บตัวอยู่ในบ่อนกาสิโนของตัวเองอย่างปลอดภัย แถมมีเจ้าหน้าที่กัมพูชาคอยอารักขาเป็นหูเป็นตาให้
และพูดกันว่าบารมีของนายวัฒนามีมากถึงขนาดตำรวจกัมพูชา ถ้าเจอกับผู้กว้างขวางคนนี้ยังไม่กล้าเข้าใกล้ หรือแม้แต่จะเขียนใบสั่งเลยด้วยซ้ำ !!
อาจจะมากกว่านายสมชาย คุณปลื้ม ผู้สร้างตำนานแห่งภาคตะวันออกด้วยเพราะจนขณะนี้กำนันเป๊าะยังไม่หาญกล้าท้าทายปรากฏตัวให้ใครเห็นแม้แต่ฝั่งกัมพูชาก็ตาม
จึงไม่น่าแปลกใจที่นายวัฒนาจะเดินทางเข้าออกกัมพูชาโดยสะดวกง่ายดาย
จากการติดตามความเคลื่อนไหวของตำรวจภูธรภาค 2 ที่ส่งสายลับเข้าไปโรงแรมแกรนด์ไดมอนด์ ยืนยันกลับมาว่า พบเห็นนายวัฒนาอยู่ในโรงแรมดังกล่าวแล้ว และเข้ามาพักหลายวันก่อนที่ศาลจะนัดอ่านคำพิพากษา ประกอบกับนายพูนผล อัศวเหม บุตรชายและครอบครัว ก็เดินทางไปที่นั่นด้วย
สำหรับเส้นทางหลบหนีครั้งนี้มีรายงานว่า เริ่มจาก จ.สมุทรปราการ นั่งเรือผ่านชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด มุ่งหน้าสู่ จ.เกาะกง ก่อนมีชุดคุ้มกันพร้อมอาวุธครบมือนำรถมารับเข้าไปยังปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย
รายงานดังกล่าวถูกส่งตรงถึง พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ได้รับมอบหมายให้ตามล่าตัวนายวัฒนา ตามคำสั่งของ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
ส่วนการนำตัวนายวัฒนากลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้น ยังติดขัดเรื่องข้อกฎหมายบางอย่าง พล.ต.อ.จงรักอธิบายว่า เนื่องจากหมายจับเป็นความผิดฐานจงใจหลบเลี่ยงไม่ไปฟังคำพิพากษา ยังไม่ใช่หมายจับในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เพราะศาลยังมิได้มีคำพิพากษา และระยะเวลาของหมายจับเพียงถึงวันที่ 18 สิงหาคมเท่านั้น จึงไม่แน่ใจว่าจะดำเนินการในเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้หรือไม่ เพราะไม่ใช่หมายจับที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว
อีกประการกัมพูชาไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย จึงต้องใช้วิธีประสานงานกันเองภายใน ซึ่งยากที่จะได้รับความร่วมมือ เพราะคุณวัฒนามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าหน้าที่กัมพูชา ประกอบกับต้องใช้เวลาพอสมควร คงไม่ทันวันที่ 18 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันที่หมายจับหมดอายุก็ต้องหาวิธีการอื่นต่อไป พล.ต.อ.จงรักให้ความเห็น
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงวันที่ 18 สิงหาคม ที่ศาลนัดอ่านคำตัดสินคดีคลองด่าน จะมีร่างเงาของนายวัฒนาหรือไม่ คงไม่สำคัญ เพียงแต่การหลบซ่อนอยู่แค่ปลายจมูกตำรวจไทยใน ปอยเปต แค่นี้เท่านั้นที่น่าจับตาท้าทายยิ่งนัก !!!
คดีวัฒนาประเดิม...สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนไทย-กัมพูชา
ประเทศไทยและกัมพูชาได้แลกเปลี่ยนสัตยาบันสารสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อวันที่ย 1ย มีนาคม2544ย ที่กรุงพนมเปญประเทศกัมพูชาย และจะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ย 1ย เมษายน2544ย เป็นต้นไปโดยสันธิสัญญาดังกล่าวมีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
1.ความผิดที่จะส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กันและกันต้องเป็นความผิดที่ลงโทษได้ตามกฎหมายในทั้งสองรัฐย และต้องมีกำหนดโทษจำคุกเกินกว่าย 1ย ปี
2.รัฐซึ่งได้รับการร้องขอไม่ต้องส่งผู้ร้ายข้ามแดนซึ่งกระทำความผิดทางการเมืองและความผิดทางทหาร
3.ไม่ต้องมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเมื่อรัฐที่ได้รับการร้องขอมีคำพิพากษาในความผิดนั้นแล้วหรือเมื่อคดีขาดอายุความตามกฎหมายของประเทศที่ร้องขอ
4.รัฐภาคีมีสิทธิที่จะปฏิเสธไม่ส่งคนชาติเป็นผู้ร้ายข้ามแดนหมายความว่ารัฐมีดุลพินิจในการส่งหรือไม่ส่งคนในชาติของตนเป็นผู้ร้ายข้ามแดนก็ได้
5.ผู้กระทำผิดที่ถูกส่งตัวไปจะไม่ถูกลงโทษในความผิดอื่นนอกเหนือจากในความผิดที่ขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดน
6.รัฐที่ได้รับการร้องขอจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเพื่อให้มีการส่งผู้ร้ายข้ามแดนจนกระทั่งเวลาส่งมอบตัว
7.สนธิสัญญานี้จะใช้บังคับเฉพาะกับความผิดที่ได้กระทำหลังจากที่สนธิสัญญามีผลใช้บังคับเท่านั้น
8.สนธิสัญญาจะมีผลใช้บังคับ30ย วันหลังจากการแลกเปลี่ยนสัตยาบัน
สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยย ที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับกัมพูชาย โดยเฉพาะในเรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างทั้งสองประเทศย และเพื่อขจัดเงื่อนไขต่างๆย ที่อาจนำไปสู่ความหวาดระแวงซึ่งกันและกันย อันเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยเคยส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ประเทศกัมพูชามาแล้วย แต่กัมพูชายังไม่เคยส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้เรา
ดังนั้นกรณีของนายวัฒนาอัศวเหมย อดีตย รมช.มหาดไทยย หลบหนีคำพิพากษาคดีทุจริตคลองด่านเข้าไปยังกัมพูชาตามข่าวย หากทางประเทศกัมพูชาส่งตัวให้ประเทศไทยย ก็จะเป็นย คดีแรกย ที่กัมพูชาส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่ไทย
ขั้นตอนการส่งผู้ร้ายข้ามแดนนั้นตำรวจจะต้องส่งหมายจับนายวัฒนาย ของศาลให้แก่กระทรวงการต่างประเทศ
จากนั้นกระทรวงการต่างประเทศก็จะทำเรื่องขอส่งตัวนายวัฒนาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนพร้อมกับหมายจับย ส่งให้สถานทูตกัมพูชาในประเทศไทยย หรือสถานทูตไทยในกัมพูชาก็ได้ย เพื่อส่งต่อไปให้รัฐบาลกัมพูชา
ปลายจมูก..ปอยเปตคุ้มกัน วัฒนาดุดไข่ในหิน
การคุ้มกันเจ้าของกาสิโน เสมือนดังเกราะเหล็ก ยากที่จะเข้าถึงตัว ขนาดนายทหารมาเฟียใหญ่เมืองไทยเข้าไปร่วมเปิดกาสิโนแห่งใหม่ ฝั่งปอยเปตมีลูกน้องพกปืนไปด้วย ยังถูกนายทหารคุ้มภัยเจ้าของบ่อนล็อกตัวแบบไม่ให้เกียรติ สร้างความขุ่นเคืองใจให้แก่บิ๊กทหารคนนั้นเป็นอย่างยิ่ง
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
