หลายคนอาจหลงลืมไปว่า แนวเทือกเขาตะนาวศรีตั้งแต่ด่านเจดีย์สามองค์ จ.กาญจนบุรี ไปจรด จ.ระนอง ในอดีตคือแหล่งแร่ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว โดยเฉพาะดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่ตรงตะเข็บชายแดนไทย-พม่า ตำบลเล็กๆ ของ อ.ทองผาภูมิ ที่รู้จักกันในนาม ปิล็อกเพียงจุดเดียวมีแนวแหล่งแร่ยาวถึง 20 กิโลเมตร แร่ที่พบมากคือ ดีบุก วัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรม เช่น เคลือบสังกะสีกันสนิม ไส้หลอดนีออน และแร่วุลแฟรม ตัวเชื่อมเหล็กให้เหนียวที่ใช้ทำปลายปากกา ฯลฯ
ปิล็อก ในอดีตเป็นป่าดงดิบอันอุดมด้วยเชื้อไข้มาลาเรีย เมื่อมีหน่วยงานมาเปิดกิจการทำเหมืองแร่ จึงมีการล้มตายของคนงานชาวต่างชาติที่มาทำงานรับจ้างขุดแร่จำนวนมาก ทั้งกะเหรี่ยง มอญ พม่า ทวาย ลาว และเนปาล จนมีตำนานเล่าขานว่า ชื่อ ปิล็อก นั้น เพี้ยนเสียงมาจากคำว่า ผีหลอก แต่ก็ยังมีข้อสันนิษฐานอื่นว่า ปิล็อก อาจเป็นภาษากะเหรี่ยง มอญ หรือพม่า ซึ่งเป็นภาษาถิ่นดั้งเดิมของพื้นที่นี้ก็เป็นได้
เช่นเดียวกับคำว่า อีต่อง เป็นภาษาพม่าแปลว่า ขุนเขาแห่งเทพเจ้า อีต่องคือหมู่บ้านสุดท้ายของ ต.ปิล็อก ที่อยู่ติดแนวชายแดนไทย-พม่า ตั้งอยู่ในหุบเขาสูงกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในอดีตเคยเป็นชุมชนที่คึกคักด้วยแรงงานต่างชาติที่มารับจ้างขุดแร่ ตามเหมืองต่างๆ ทั้งของเอกชนและของรัฐบาล โดยองค์การอุตสาหกรรมเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม เล่าขานกันว่ายุคทองของ เหมืองปิล็อก เมื่อราว 50 ปีก่อน มีเงินสะพัดนับสิบล้าน สิ่งที่ตามมาคือบ่อนการพนันและสิ่งอำนวยความสะดวกประดามี แม้กระทั่งโรงหนัง ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีในถิ่นทุรกันดารที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึง
ทว่างานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา วันชื่นคืนสุขของปิล็อกจากไปราว พ.ศ. 2527 กิจการเหมืองแร่เริ่มประสบปัญหา เพราะสองมหาอำนาจคือจีนและรัสเซีย ไม่ทำตามข้อตกลงของสภาเหมืองแร่โลก โดยผลิตแร่ดีบุกจำนวนมหาศาลออกสู่ตลาด ราคาดีบุกทรุดฮวบลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ทั่วโลก รวมถึงหุบเขาเล็กๆ อย่างปิล็อก จากนั้นเพียง 2 ปีต่อมา บรรดาเหมืองปิล็อกก็ทยอยปิดตัวเพราะขาดทุน ยุคทองของเหมืองแร่ปิดฉากลงพร้อมกับชีวิตผู้คนที่เกี่ยวข้องอีกนับหมื่น
จากวันนั้นถึงวันนี้ ชื่อ ปิล็อก หวนคืนสู่ความทรงจำของผู้คนอีกครั้ง ในฐานะที่เป็นดินแดนแห่งไม้ดอกเมืองหนาว และเส้นทางท่องเที่ยวแสนพิสุทธิ์ ด้วยเป็นที่ยอมรับในหมู่นักเดินทางว่าเส้นทางสู่ ปิล็อก คือเส้นทางที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของไทย แม้จะเลี้ยวลดคดเคี้ยวถึง 399 โค้ง แต่มีทิวทัศน์เป็นหุบเขาเขียวขจีตระการตา อากาศหนาวเย็นตลอดปี จนมีคำกล่าวว่า นอนอีต่องหนึ่งคืน อายุยืนหลายปี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติสงบงาม และหลงใหลการท่องเที่ยวกึ่งผจญภัยแบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะถึงแม้จะสามารถเดินทางโดยรถยนต์ธรรมดาจนถึงบ้านอีต่อง แต่ถ้าจะแวะชมเหมืองแร่ต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น
เสน่ห์ของการท่องเที่ยวบนเส้นทางสุดแดนตะวันตก คืออุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ที่เหมาะสำหรับกางเต็นท์นอนดูดาว สัมผัสสายหมอกหนาวบนยอดดอย โดยเฉพาะที่จุดชมวิว เนินช้างเผือก สามารถมองไกลไปเห็นทิวทัศน์เหนือเขื่อนวชิราลงกรณ์ ก่อนแวะชมอาทิตย์อัสดงลับทิวเขาในเขตแดนพม่าที่ ดอยต่องปะแล เป็นแสงสุดท้ายก่อนพระสุริยาเทพจะอำลาจากประเทศไทย ไม่ไกลกัน ยังมีน้ำตก จ๊อกกระดิ่น น้ำตกชั้นเดียวไหลจากหน้าผาสูงกว่า 30 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำสีฟ้าใสชวนให้เล่นน้ำเพลินใจเพราะมีน้ำตลอดปี มีจุดพักแรมและรถยนต์เข้าถึงสบาย ที่สำคัญ ผืนป่านี้ยังเป็นแหล่งค้นพบ ปูราชินี และ เต่าหกขา ซึ่งหาดูได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น
สำหรับคนหลงใหลเสน่ห์ชุมชนโบราณอันคลาสสิกคล้ายหนังคาวบอยยุค มุ่งสู่ตะวันตก (Go to the west) ที่บ้านอีต่อง ยังหลงเหลือร่องรอยตลาดโบราณหลังคาสังกะสี สองฟากฝั่งถนนมีโรงแรมและโรงหนังเก่าที่เคยคึกคักยุคเหมืองเฟื่องฟู มีร้านขายสินค้าคลาสสิก อย่างเศษแร่ใส่ขวดเล็กๆ เป็นที่ระลึก รวมถึงไม้กวาดดอกหญ้า สินค้าจากพม่าอย่างกุ้งแห้งตัวโตๆ ชวนให้นึกถึงตำนานเล่าขานว่า ในยุคทองของเหมืองจะมีกุ้งมังกรตัวโตๆ ปูทะเลตัวใหญ่ๆ จากทะเลอันดามันฝั่งพม่า เข้ามาขายให้ผู้คนที่ล่ำซำจากการค้าแร่ แม้วันนี้ บ้านอีต่องจะไม่อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อน แต่ก็มีร้านอาหาร และโฮมสเตย์ ทยอยเปิดรองรับนักท่องเที่ยวที่ขยายตัวมากขึ้น
เลยตลาดอีต่องขึ้นไป มี เนินเสาธง บริเวณยอดเขากั้นพรมแดนไทย-พม่า เห็นธงไตรรงค์กับธงพม่าโบกสะบัด ณ จุดประสานสัมพันธไมตรีนิจนิรันดร์ ไทย-พม่า เป็นจุดชมวิวซึ่งในวันอากาศปลอดโปร่ง สามารถมองเห็นทะเลอันดามันสีครามใสทางฝั่งพม่าที่อยู่ห่างไปไม่ถึง 50 กิโลเมตร รวมทั้งเห็นสถานีพักก๊าซจากแหล่งก๊าซธรรมชาติยาดานา ตามโครงการท่อก๊าซไทย-พม่าของการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย ก่อนนำส่งโรงไฟฟ้าราชบุรี เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าให้คนไทยใช้
ปิล็อกวันนี้จึงไม่มีผีหลอก มีแต่ธรรมชาติและความสงบงามของขุนเขา ที่ทอดตัวรอคอยนักเดินทางมาสัมผัสดินแดนแห่งตำนานอันเรืองโรจน์ของเหมืองแร่ โดยในวันที่ 30-31 ธันวาคมนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลปิล็อกจะจัดงาน สัมผัสอากาศเย็น เด่นตำนานเหมืองแร่ที่ปิล็อก มีสาธิตการทำแร่แบบโบราณ ละครพม่า และการแสดงจากชนชาติต่างๆ รายละเอียดสอบถาม อบต.ปิล็อก โทร.0-3459-9568 แนะนำ ป้าเกล็นรีสอร์ท ที่พักในบรรยากาศเหมืองเก่า (เหมืองสมศักดิ์) สไตล์บ้านเล็กในป่าใหญ่ เจ้าของตำนานความรักและความทรงจำระหว่างวิศวกรหนุ่มไทยกับสาวออสซี่ ติดต่อ ป้าเกล็น เกล็นนิส เสตะพันธุ โทร. 0-87019-1708
ไป ปิล็อก แล้วจะรู้ว่าเมืองไทยยังมีอะไรมากมายให้สัมผัสเรียนรู้...มิรู้จบ
เรื่องและภาพ...ธีรภาพ โลหิตกุล
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
